กระแสสุขภาพ I “ที่อับอากาศ”...ฆาตกรรมหมู่

กทม.10 ส.ค. 2560 • 12:44 น.
กระแสสุขภาพ I “ที่อับอากาศ”...ฆาตกรรมหมู่
ในประเทศไทยพบรายงานผู้เสียชีวิตและเจ็บป่วยจากการทำงานในที่อับอากาศอยู่เป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตมากกว่าเจ็บป่วย และบ่อยครั้งที่ผู้ลงไปช่วยในที่อับอากาศหรือบ่อบำบัดน้ำเสียก็เสียชีวิตเช่นกัน พญ.ภัทราวลัย พิชาลัย แพทย์อาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม รพ. กรุงเทพให้ข้อมูลว่า คำจำกัดความของ “ที่อับอากาศ” คือ ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจำกัด และการระบายอากาศไม่เพียงพอที่จะทำให้อากาศภายในอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อการทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เช่น เหมืองแร่ ก๊าซและน้ำมัน อุโมงค์ ถ้ำ หลุม บ่อ อันตรายที่อาจถึงชีวิต ได้แก่ ออกซิเจนไม่เพียงพอต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมีก๊าซพิษ เช่น ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ก๊าซมีเทน หรือก๊าซชีวภาพ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ สะสมในระดับเข้มข้นสูงจนเกิดอันตราย มีก๊าซ ไอ ละออง ซึ่งติดไฟหรือระเบิดได้หากเข้มข้นเกินร้อยละ 10 ของความเข้มข้นที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ในอากาศ สภาพบรรยากาศเหล่านี้ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดอากาศหายใจ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ มึนงง หายใจไม่ออก หมดสติ จนถึงเสียชีวิตได้ กฎหมายไทยกำหนดให้นายจ้างต้องตรวจวัดสภาพอากาศใน “ที่อับอากาศ” ก่อนเริ่มลงไปปฏิบัติงาน และระหว่างปฏิบัติงานในที่อับอากาศทุกครั้ง หากพบว่าสภาพบรรยากาศมีระดับออกซิเจนต่ำกว่าปกติ คนทำงานต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจชนิดที่มีระบบจ่ายอากาศ เช่น ชนิดมีระบบจ่ายอากาศในตัวเสมอ กรณีมีความเข้มข้นของสารเคมีที่เป็นอันตรายเกินมาตรฐาน ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจชนิดปิดเต็มหน้า หรือปิดครึ่งหน้า และต้องจัดฝึกอบรมมาตรฐานความปลอดภัยให้ผู้ปฏิบัติงาน ในเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่มีคนตกลงไป ผู้ลงไปช่วยเหลือควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย เนื่องจากสภาพอากาศในที่อับอากาศสามารถทำให้คนที่ลงไปช่วยเสียชีวิตได้ หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ผู้ลงไปช่วยจึงต้องสวมชุดอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ หน้ากาก ถังออกซิเจน และใช้มาตรฐานความปลอดภัยในที่อับอากาศตลอดเวลาการเข้าช่วย ได้แก่ ใส่ห่วงยางชูชีพซึ่งอีกข้างผูกตรึงกับตำแหน่งนอกพื้นที่อับอากาศ หรือติดตั้งระบบรอกผูกระหว่างผู้ลงไปช่วยเหลือกรณีพื้นที่อับอากาศที่ลึกเกิน 5 ฟุต (1.5 เมตร) กับตำแหน่งนอกบริเวณพื้นที่เสี่ยง มีบันไดราวกันตก หมั่นตรวจอุปกรณ์ช่วยเหลือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ตลอดเวลา และใช้ระบบคนช่วย 2 คน โดยคนที่อยู่นอกพื้นที่พร้อมจะเข้าช่วยเหลืออีกคนได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉินมาตรการเหล่านี้จะช่วยลดเสียชีวิตลงได้ บางรายที่เป็นโรคทางเดินหายใจ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลมชัก หรือโรคอื่น เมื่อลงไปในที่อับอากาศ อาจพบกับสภาวะขาดอากาศ จะเป็นอันตราย แพทย์อาจให้ความเห็นไม่อนุญาตให้ทำงานในที่อับอากาศเพื่อลดเสี่ยง ดังนั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจของนายจ้าง แนะนำว่าคนทำงานในที่อับอากาศควรตรวจประเมินสุขภาพอย่างน้อยทุก 1 ปี