ภัย!ยารักษาสิว ตับ-ลำไส้พัง!-ลูกในครรภ์พิการ

กทม.28 พ.ค. 2562 • 06:36 น.
ภัย!ยารักษาสิว ตับ-ลำไส้พัง!-ลูกในครรภ์พิการ
เตือนอย่าซื้อยากินเอง อันตรายเกิดผลข้างเคียงกับร่างกายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กระทบทั้งตับ ระดับไขมัน-น้ำตาลในเลือด ความดันในสมองพุ่ง ปวดกระดูก ลำไส้ใหญ่อักเสบ และอื่นๆ ที่สำคัญกระทบถึงลูกในท้อง นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า สิวเป็นปัญหาสุขภาพชีวิตที่สำคัญของคนทุกวัยโดยเฉพาะวัยรุ่น และอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตมากกว่าสุขภาพกาย เมื่อเป็นสิว ควรล้างหน้าให้สะอาด ไม่บีบไม่แกะ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงใช้ยา สารเคมี หรือเครื่องสำอางซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดสิว ที่สำคัญต้องระวังอันตรายจากการซื้อยากินเพื่อรักษาสิวเอง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับระบบต่างๆ ของร่างกายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังก่อนทุกครั้ง พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น จะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและผลิตไขมันออกมามาก การสร้างเคราตินที่ผิดปกติบริเวณรูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน โดยมีแบคทีเรียเป็นตัวกระตุ้นให้สิวอักเสบ นอกจากนี้ ยังมีความเครียด การนวด ขัดถูใบหน้าแรงๆ ใช้ยาทาบางอย่าง เช่น สเตียรอยด์ เครื่องสำอางและสารเคมีบางอย่างอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นสิวอุดตันการรักษาโดยใช้ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ จะทำให้สิวหลุดออกได้ง่ายขึ้นทำร่วมกับการกดสิว แต่อาจระคายเคืองได้ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง ส่วนการรักษาด้วยยารับประทานในกลุ่มไอโซเตรติโนอิน ซึ่งเป็นกรดวิตามินเอขนาดสูงใช้รักษาสิวที่เป็นมากและรุนแรง ปัจจุบันมีการเข้าใจผิดคิดว่ายาทำให้สิวหายขาด หน้าใส จึงมีการใช้ยาพร่ำเพรื่อเพราะหาซื้อได้ง่ายทั้งที่เป็นยาควบคุมจ่ายได้เฉพาะแพทย์เท่านั้น ทำให้พบผู้ป่วยที่มีผลข้างเคียงจากการซื้อยากินเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นจำนวนมาก ยาดังกล่าวก่อให้เกิดผลข้างเคียงในหลายระบบ ได้แก่ การทำงานของตับผิดปกติ ไขมันและระดับน้ำตาลในเลือดสูง ปวดศีรษะรุนแรงจากความดันในสมองสูง ปวดกระดูก กล้ามเนื้อและข้อ สำไส้ใหญ่อักเสบจากการขาดเลือด ปากแห้ง ผิวแห้ง ตาแห้ง ผมร่วงบาง เล็บเปราะ เล็บอักเสบ หากตั้งครรภ์มีผลทำให้ทารกพิการ ดังนั้น การใช้ยาในกลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังไม่ควรซื้อยามากินเอง