'เอ้ สุชัชวีร์' ย้ำกทม.เสี่ยงจมน้ำต้องเลือกผู้ว่าฯ รู้เรื่องช่าง-เข้าใจงานบริหาร

กทม.12 พ.ค. 2565 • 08:43 น.
'เอ้ สุชัชวีร์' ย้ำกทม.เสี่ยงจมน้ำต้องเลือกผู้ว่าฯ รู้เรื่องช่าง-เข้าใจงานบริหาร
เอ้ สุชัชวีร์ พบผู้บริหาร พนักงาน ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ปลื้มเอกชนตอบรับดี ย้ำ กทม. เสี่ยงจมน้ำ ต้องเลือกผู้ว่าฯ รู้เรื่องช่าง เข้าใจงานบริหาร ขออาสาเปลี่ยนกรุงเทพให้ดีกว่านี้ วันที่ 12 พ.ค.2565 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 ร่วมกับผู้สมัคร สก. เขต ราษฎร์บูรณะ นายสุนทร ทุ้ยมาก เบอร์ 4 และ ผู้สมัคร สก. เขตทุ่งครุ นายชยิน พึ่งสาย เบอร์ 6 ได้เดินทางเข้าพบ นายณพล เลิศสุมิตรกุล กรรมการ และรองกรรมการผู้จัดการ-ประจำสำนักกรรมการผู้จัดการบริษัท และพนักงาน ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) สุขสวัสดิ์ 36 โดย “เอ้ สุชัชวีร์” ได้ย้ำเตือนความอันตรายของปัญหาน้ำท่วม น้ำทะเลหนุนว่า ต้องเริ่มทำโครงการประตูกั้นน้ำทะเลหนุน ที่แม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับจังหวัดใกล้เคียง เพราะใช้เวลานาน ต้องเริ่มทันที มิฉะนั้น อีก 10 ปี สายไป สิ่งที่เป็นสัจธรรมก็คือ ดินกรุงเทพฯ ทรุดลงทุกวัน และน้ำทะเลสูงขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะโลกจะประชุมแค่ไหน ไม่มีใครจะลดเรื่องนี้ได้เลย มีอะไรที่ต่อสู้ธรรมชาติได้บ้าง มีสิ่งเดียวเท่านั้นคือสมองมนุษย์ พร้อมกับยกตัวอย่างที่ประเทศเนเธอแลนด์ว่าเคยเจอปัญหาเดียวกัน เมืองอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เกือบ 8 เมตร สนามบินอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 3-4 เมตร ยังรอดมาได้ ด้วยระบบ ประตูกั้นน้ำทะเลหนุน ขณะที่ฝั่งธนฯ อยู่ใกล้แม่น้ำ หากเกิดวิกฤติจริง บ้านเรือนฝั่งนี้จะจมน้ำไปก่อนเลย นอกจากปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังมีปัญหาน้ำเน่า ซึ่งน่าเสียดายที่คลองที่เป็นขุมทรัพย์สุดท้ายของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งธน หากเราไม่รีบกู้เอาไว้ ก็จะไม่เหลือคลองใส คลองสะอาด ส่งให้ลูกหลานอีกแล้ว “เอ้ สุชัชวีร์” ยังได้กล่าวถึงเรื่องการศึกษาว่า โรงเรียนที่ดีที่สุดคือโรงเรียนใกล้บ้าน แต่ใช้ไม่ได้กับกรุงเทพฯ แต่เมืองอื่นๆ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทเป ไต้หวัน กรุงโซล ปักกิ่ง โตเกียว ลอนดอน เรียนฟรี และอยู่ใกล้บ้าน มีคุณภาพเทียบเท่าและระดับโลก ต้องพัฒนาโรงเรียนใกล้บ้านให้มีมาตรฐานระดับโลกให้คน กทม. อยากเข้าเรียน และวิชาที่จำเป็นในปัจจุบัน คือ ภาษา และวิชาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่เรียนตั้งแต่วันนี้ในอนาคตก็ไม่ทันโลก ไม่ทันความต้องการของตลาดแรงงาน ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำคือเรื่องหลักสูตร ที่เราควรเอางบมาพัฒนาบุคลากรและหลักสูตร มากกว่าไปการก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่ม ซึ่ง กทม. มีงานช่างเป็นหลัก ฝนตก น้ำท่วม รถติด ฝุ่นพิษ ป้ายล้ม โรงงานระเบิด ฟุตบาท ทางเท้า การจราจร กล้องวงจรปิด เป็นงานช่างทั้งนั้น นอกจากผมขอเป็นช่างแล้ว ที่สำคัญกรุงเทพฯ มีงานแม่บ้าน งานการศึกษา ซึ่ง กทม. ควรจะดีกว่านี้