กระแสสุขภาพ / 5 วิธีหนี”โรคจอตาเสื่อม”
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) พัฒนา “การคัดกรองโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างอัตโนมัติจากภาพถ่ายจอตา โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมในรูปแบบแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน หรือ “DeepEye Application” เป็นรายแรกของโลก
โดย รศ.ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต อาจารย์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าคณะวิจัย
คาดว่าแอพฯดังกล่าวจะช่วยลดอัตราส่วนผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อม หรือ Age-related macular degeneration (AMD) ของไทยอันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงสูญเสียทางการมองเห็นในผู้สูงอายุได้
พร้อมกับสามารถลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของผู้ป่วยในเมืองและชนบทได้
ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับโลกจากงาน International Exhibition of Inventions of Geneva ครั้งที่ 45 ที่กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
ผศ. นพ.ณวพล กาญจนารัณย์ อาจารย์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มธ. หนึ่งในคณะผู้วิจัยฯเผย ปัจจุบันโรคตาที่คนไทยเป็นมากที่สุดอันดับ 1คือ ต้อกระจก เบาหวานขึ้นจอประสาทตา และต้อหิน ตามลำดับ
แต่อีก 10-20 ปีข้างหน้า ไทยอาจมีโรค AMD ขึ้นมาเป็นอันดับ 2-3 แทน ซึ่งโรค AMD มีทั้งแบบแห้ง ที่พบมากที่สุด โดยไม่สามารถรักษาให้กลับมามองเห็นเป็นปกติได้ แต่ยังรุนแรงน้อยกว่าโรคต้อกระจกและต้อหิน
และโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียกที่พบ 15-20% และรุนแรง ซึ่งจะสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันจะเป็นโรคนี้บ่อยตามอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น แสงจากคอมพิวเตอร์ -มือถือ
ขณะที่วิธีใช้แอพฯนี้ ผู้ตรวจจะถ่ายภาพจอตาของผู้ป่วยแล้วนำภาพที่ได้มาประมวลผลผ่านแอพฯว่าเป็นโรค AMD หรือไม่และเป็นประเภทใด โดยมีความแม่นยำถึง99%
แต่ปัจจุบันเนื่องจากประมวลผลต้องผ่านระบบโครงข่ายประสาทเทียม (artificial neural network) ที่สามารถเรียนรู้ และจดจำลักษณะเด่นของโรคตาชนิดต่าง ๆยังมีลักษณะภาพของจอประสาทตาในแอพฯน้อย
คณะวิจัยจึงกำลังเพิ่มเติมลักษณะจอตาเข้าไปในโครงข่ายเพื่อให้แม่นยำและสถียรมากยิ่งขึ้น คาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือน จากนั้นจะสามารถนำไปใช้ได้จริงในสถานพยาบาล
อย่างไรก็ตาม หากต้องการไกลจากโรคนี้ควร งดสูบบุหรี่ เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก, รักษาระดับความดันโลหิตให้ปกติ, กินอาหารมีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่มีในผักสีเขียว-เหลือง
หาอุปกรณ์ป้องกันหากใช้คอมพ์-มือถือนานๆ , มีญาติเป็น ควรตรวจคัดกรองเพราะอาจเป็นพันธุกรรมได้