'อัศวิน'ผลักดันการขยายสถานีดับเพลิงเป็น 90 สถานี พัฒนาศักยภาพให้ทัน 8 นาทีลดความสูญเสียคนกทม.
วันที่ 9 พ.ค. 65 เวลา 07.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 6 ขยันลงพื้นที่ตลาดเช้าต่อเนื่อง โดยเช้าวันนี้ ลงพื้นที่เขตพระโขนง พร้อมผู้สมัคร ส.ก.กลุ่มรักษ์กรุงเทพ หมายเลข 2 นางสาวพชญา ปรีฎาพาก บริเวณตลาดหน้าวัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร และตลาดบางจาก โดยเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนทั้งสองตลาดดีเกินคาด
ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ได้กล่าวถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจราจร ในเขตพระโขนง ว่า ที่ผ่านมาสมัยเป็นผู้ว่าฯ จะมีอุโมงค์จากบึงหนองบอนที่ช่วยผลักน้ำ ผ่านมาที่พระโขนง แล้วไปลงที่ประตูระบายน้ำพระโขนง ซึ่งใกล้จะเสร็จแล้ว และคงจะเปิดใช้งานได้ในฤดูฝนนี้ ทั้งนี้ได้บอกพี่น้องประชาชนไปแล้ว ซึ่งถ้าเปิดใช้งานก็จะสามารถแก้ปัญหาได้
ส่วนเรื่องการจราจรที่หนาแน่นที่ผ่านมาก็ได้ประสานกับตำรวจจราจร และขนส่ง อย่างกรณีในพื้นที่แถวบางจาก จะมีรถบรรทุกน้ำมัน และปริมาณรถจำนวนมาก ก็มีนโยบายที่จะผลักดันให้มีระบบจราจรอัจฉริยะ เพื่อช่วยแก้ปัญหา ซึ่งจะช่วยได้แน่นอน เพราะถ้ายังใช้ตำรวจไปกดไฟเขียวไฟแดงอยู่ ก็จะมองเห็นเพียงแยกหน้า แยกหลัง และแยกที่ยืนอยู่เท่านั้น แต่ถ้าได้ดูภาพกว้าง มันจะได้เห็นชัดเจน การปล่อยรถจะได้สะดวกขึ้น สอดคล้องกับสภาพการจราจรจริงในแต่ละพื้นที่ พี่น้องประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายขึ้น
ขณะที่ในเรื่องของความปลอดภัยซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงสถานีดับเพลิงนั้น พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาก่อนที่จะมาเป็นผู้ว่าฯ มีสถานีดับเพลิงอยู่ 35 สถานี ในยุคของตนได้ทำสถานีย่อยเพิ่มไปอีก 12 สถานี และสถานีใหญ่ก็ได้สร้างไปแล้ว 3 เขต จึงมองว่ามันจะต้องครอบคลุมมากกว่านี้ เพราะตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อเกิดเหตุอัคคีภัย รถดับเพลิงจะต้องมาถึงไม่เกิน 8 นาที แต่ของกทม. บางพื้นที่ก็ไปถึงได้ตามเวลา แต่บางที่ก็ยังไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องพัฒนา ด้วยการเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และขยายสถานีดับเพลิงให้ครอบคลุม ตอนนี้ของ กทม. มีประมาณ 50 สถานี แต่เป็นสถานีย่อย 12 สถานี แต่สิงคโปร์ประเทศเล็กๆ กลับมีสถานีดับเพลิงตั้ง 70 กว่าสถานี ดังนั้นตามมาตรฐาน กรุงเทพมหานคร จะต้องมีสถานีดับเพลิง 80-90 สถานี ซึ่งเป็นนโยบายที่กำลังผลักดัน
อีกเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องผลักดัน คือ การเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัยที่ผ่านมาประชาชนค่อนข้างมีปัญหา โจรปล้น 10 ครั้งไม่เท่ากับไฟไหม้ครั้งเดียว เกิดอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยอย่างอื่นยังพอไหว แต่ถ้าไฟไหม้มันหมดเลย เมื่อก่อนจะมีการเยียวยาเฉพาะโครงสร้างบ้านที่เสียหาย แต่ในความเป็นจริงบางกรณีทรัพย์สินภายในบ้านที่เสียหายมากกว่าตัวบ้านอีก ซึ่งในเรื่องนี้ก็กำลังจะผลักดันให้มันเกิดขึ้น