"ทวิดา" โพสต์อำลามธ. ก้าวสู่รองผู้ว่าฯกทม.
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.65 ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ...
ใจหายเหมือนกัน ทำงานเป็นอาจารย์มาเกือบ 24 ปี ทำงานทุกวันจนคณะเป็นเหมือนอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว มีคำถามจากผู้คนมากมายว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนี้ เอาจริงๆตอนนี้ในใจยังมีส่วนที่ส่งเสียงเบาๆอยู่ ว่ากลับไปคณะเถอะอย่าไปไหนเลย เราพูดเสมอว่าคณะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักศึกษาที่จะเรียนรู้และทำผิด เพราะเป็นพื้นที่เดียวที่ผิดได้อย่างปลอดภัย คนเป็นอาจารย์ก็ไม่ต่างกัน
นักศึกษาที่ผ่านเข้ามารุ่นแล้วรุ่นเล่า สอนคนเป็นอาจารย์ทุกวันอย่างไม่รู้ตัว การเปลี่ยนวิธีคิด การเปลี่ยนรสนิยม การเป็นตัวของตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนเป็นเครื่องด่าอัตโนมัติ ทำให้คนเป็นอาจารย์ต้องอดทนและปรับตัว ถามว่าบางครั้งโกรธและเหนื่อยมั๊ย ที่นักศึกษาไม่สนใจเรียน ที่นักศึกษาคิดแค่ที่มือเอื้อมไปถึง ตอบตรงๆไม่เอาสวยเต็มสิบ คือ น้อยใจมากกว่า แต่แอบเก็บไว้ในใจ บางครั้งก็เหวี่ยงเล็กๆ เออ ทำไมคิดแค่นี้ ทำไมจะเอาให้ได้ โดยไม่สนใจคนอื่นเลย แต่แล้วนักศึกษานี่แหละที่สะท้อนภาพเราเองกลับว่า แล้วทำไมอาจารย์อย่างเราไม่ลองคิดในแบบเค้าบ้าง เออ จริง
เจ้าหน้าที่ก็ทำให้เราฝึกฝนทักษะอย่างไม่รู้ตัว ผู้บริหารคณะรัฐศาสตร์นี่ต้องทำงานเองนะคะ ที่เห็นเดินไปเดินมาตัวเป็นๆกันนี่ ส่องกระจกหรือฝันเข้ามัลติเวอร์สเป็นเลขาของตัวเองกันทั้งนั้น ทะเลาะกันเถียงกันไม่เว้นแต่ละวัน แต่คณะรัฐศาสตร์เป็นคณะที่มีความสุขและน่าอยู่ที่สุดในธรรมศาสตร์ อันนี้รับรองได้จากคนที่เดินจากมา การถกเถียงกันถ้าพูดแบบอาจารย์ชัยวัฒน์ มันช่วยพัฒนาวิธีคิดและการสร้างทางเลือกในการแก้ไข จนถึงการได้มาซึ่งทางออก พวกเราไม่เคยให้ร้ายกัน เราไม่ทำร้ายจิตใจกัน พูดกันห้วนๆบ้าง อารมณ์เสียบ้าง เดี๋ยวหากาแฟหาขนมกินก็หาย และเวลาที่งานมันทำไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ ก็เห็นหยุดบ่นแล้วลงมือช่วยกันทำทุกที
อาจารย์คณะเราแปลกที่สุดในโลกแล้ว ครั้งหนึ่งเคยมีคำเปรียบเปรยว่าพวกเราเป็นจอมยุทธมือกระบี่เดียวดาย พูดง่ายๆคือเก่งแต่ไม่มีค่ายกลไม่มีทีม เราว่าไม่จริง เพียงแต่มันเป็นแบบทีมอเวนเจอร์ คือต่างคนต่างต่อสู้ด้วยวิธีของตนเอง ในการต่อสู้เดียวกัน คือทำให้พื้นที่การศึกษาของคณะเราแข็งแกร่ง มีเสน่ห์ และดูแลนักศึกษาได้อย่างเต็มภาคภูมิ ก็ทำไมจะต้องฝึกเพลงยุทธเดียวกัน ร่ายรำด้วยท่าทางที่คล้ายกันให้คนงง เวลาขอให้ใครทำอะไร ไม่ได้ง่ายแบบเดินไปตั้งวงบ่นรัฐบาล แต่ไม่ได้ยากที่จะบอกกันว่า "ช่วยกันทำให้เด็กนะคะ"
ถ้านับเวลาที่เรียนทั้งตรีและโทที่คณะด้วยอีก 6 ปี เราอยู่ในดินแดนที่ปลอดภัยนี้มา 30 ปีแล้ว เป็นคนที่รักคณะแบบเว่อร์ๆ เสื้อคณะจากกลุ่มกิจไหนก็เอามา ใส่ทุกตัวถ้าหามาได้ ใครจะว่าคณะอะไรยังงัย และแม้จะรู้ว่าคณะมีปัญหาและข้อบกพร่องอะไร ก็รู้แหละและพยายามแก้ไข แต่รักงัย ความรักมันทำให้เรามีเหตุผลกับความไม่ดีงามของมัน ทำให้เรารออย่างอดทนที่จะทำให้ดีขึ้น และไม่ทำให้เราละทิ้งหรือเดินหันหลังให้อย่างง่ายดาย ที่แห่งนี้ให้การศึกษาเป็นทุนเริ่มต้นในการทำงานในบริษัทข้อมูล จนทำให้ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีอันเป็นทุนไปเรียนเอกภัยพิบัติ และก็คณะนี้ที่ให้เปิดสอนวิชานี้ ในยุคที่คนปรามาสว่า "มันไม่เป็นรัฐศาสตร์"
การเป็นคนเสียงดัง เด็ดขาด ทำอะไรเร็ว ทำให้คนคิดว่าเป็นคนเหี้ยมเกรียม ใจแข็ง ฟาดไม่ยั้ง แต่คนที่ทำงานด้วยจะรู้ แกเสียงดังไปงั้นแหละ อาจารย์วสันต์เคยว่า "พี่แก้วใจอ่อนจะตาย" เมื่อวานพยายามมากที่จะทำตัวยุ่งๆ แล้วรีบๆเก็บของบางส่วน หันหลังให้คณะ แล้วกลับออกมาเลย ... ไม่สำเร็จ ทำเป็นเล่นไปนะ อยู่ที่คณะมากกว่าอยู่บ้านอีก ทำอะไรไม่ได้ก็โทร.หาคนรอบๆตัว อยากบ่นก็เคาะเฟสอาจารย์เกษียร อยากโดนด่าก็โทร.หาอาจารย์สุพิน ถ้าอยากได้เพื่อนกิน ก็โทร.หาใครก็ได้ที่เดินอยู่แถวนั้น พอจะเดินออกมา น้ำตามันก็ไหล แหม๊ เสียฟอร์ม
ไม่รู้ว่าเพราะเป็นคนโชคดีมั๊ย งานสอนไม่ใช่งานที่อยากทำตั้งแต่แรก แต่พอสอนไปสอนมา เรารักการสอนนะ หรือเพราะต้องสอนมันสิบกว่าวิชาต่อปีไม่รู้ เลยหลงคิดว่าตัวเองชอบ วิจัยก็ชอบ สนุกดีได้ลงพื้นที่ ได้ไปฟังเรื่องของคนอื่น งานบริหารไม่ได้ชอบเลย แต่มีสำนึกรับผิดชอบว่า หากอยากจะอยู่อย่างสบายและมีความสุข บ้านของเราเราต้องปัดกวาดเช็ดถูหมั่นดูแล หากอยากให้นักศึกษาเลือกมาอยู่ด้วยช่วงเวลาหนึ่ง ก็ต้องพยายามเป็นกลไกขับเคลื่อนเข็มนาฬิกาของนักศึกษาเหล่านั้นให้ดี
วันนี้ไม่ได้เป็นอาจารย์แล้ว ไม่ได้เป็นคณบดีแล้ว เลือกเดินทางอีกเส้นทางหนึ่งไปเป็นคนดูแลเมือง ก็หน้าที่เดิมนั่นเอง จากเคยบ่น เคยฟาด เคยสอน และเคยจับวาง ให้คนอื่นทำหน้าที่นำพาเมืองไปในทิศทางที่จัดวาง วันนี้ลงมือทำเอง คืนนี้จะแอบออกไปตรวจผับบาร์คาราโอเกะ เนื่องจากคนยังไม่รู้จักหน้าและไม่รู้ว่าดูแลงานสาธารณสุขเองกับมือ จะทำได้แค่ไหนยังไม่รู้แต่จะทำ อยากทำ อยากรู้ว่าที่เคยคิดว่ากรุงเทพมีศักยภาพ เราคิดผิดรึเปล่า อย่าถามว่ามั่นใจมั๊ย เข้าขั้นหวั่นใจเลย ฮ่าฮ่าฮ่า ขำ กลัวทำไม่ได้น่ะแหละดูออก วิ่งกลับมาหาเพื่อนๆอาจารย์ให้ช่วย หาเจ้าหน้าที่ให้ทำให้ไม่ได้แล้วด้วย มันจะเสียฟอร์ม
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ เราฝากคณะด้วย เรารักคณะมากนะ ดูแลกันดีๆ ช่วยกันทำงานช่วยกันต่อสู้วงการการศึกษา เพลงคณะนี่ก็ใครช่างแต่งนะ "... ห่วงสุดห่วงดวงใจ ห่วงและหวงด้วยความห่วงใย ยามอยู่ไกลห่างกัน ใครจะคอยดูแลแม่สิงห์นั่น แม่สิงห์ฉัน หวั่นจิตหวั่นภยันตราย ..."
เมื่อวานตอนหันหลังเดินออกมา เพลงนี้ก้องอยู่ในหัว
แล้วจะกลับไป
รักนะ
ทวิดา กมลเวชช แก้ว สิงห์แดง 42
ขอบคุณข้อมูลและภาพ เฟซบุ๊ก Tavida Kamolvej