สภากทม.แก้น้ำเสีย “คลองหลอด” คืนความใส
ลงพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน-ต่อเนื่อง รณรงค์ไม่ทิ้งขยะ น้ำเสีย ทั้งร่วมรักษาแหล่งน้ำร่วมกัน
นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ ประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง สำนักการระบายน้ำ สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนคร ลงพื้นที่บริเวณคลองหลอดวัดเทพธิดาราม เขตพระนคร เพื่อศึกษาและติดตามแก้ปัญหาการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงคลองหลอดวัดเทพธิดาราม
คณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนที่พักอาศัยริมน้ำ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวและประชาชน งดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสียลงในแหล่งน้ำ รวมทั้งให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญ และร่วมเป็นกำลังหลักในการรักษาแหล่งน้ำ และแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของแผ่นดินของชาวไทยให้คงอยู่สืบไป
สำหรับพื้นที่ที่คณะกรรมการวิสามัญได้รณรงค์ไปแล้ว ได้แก่ ชุมชนตรอกวังหลัง เขตบางกอกน้อย ชุมชนปรกอรุณ เขตบางกอกใหญ่ ชุมชนข้างโรงเรียนพณิชยการราชดำเนิน รวมทั้งริมคลองสายหลัก ซึ่งเชื่อมต่อสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ พื้นที่ฝั่งธนบุรีจากสะพานพระพุทธยอดฟ้าถึงวัดกัลยาณมิตร พื้นที่ฝั่งพระนคร ตั้งแต่บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองตลาด ผ่านโรงเรียนราชินีสิ้นสุดที่บริเวณท่าช้าง จากท่าช้างผ่านท่ามหาราชสู่บริเวณท่าพระจันทร์ พื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร บริเวณท่าเตียน
ทั้งนี้ กทม.เชิญชวนประชาชนร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ใส สะอาด สวยงาม ปราศจากขยะ รวมทั้งขอความร่วมมือ งดทิ้งขยะ น้ำเสียลงแม่น้ำ คู คลอง ติดตั้ง ถังดักไขมัน และปฏิบัติตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ.2535 เพื่อร่วมกันในการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา และสนับสนุนให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น "แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก” ตามที่กองทุนโบราณสถานโลกได้ประกาศให้ แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 1 ใน 28 สายน้ำประวัติศาสตร์ที่เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ต่อไป