จบนะ!“เมย์เดย์”สยบดราม่า!"ผู้ว่าฯอัศวิน"ฉกผลงานป้ายรถเมล์ใหม่ “ใครทำ ใครใช้ ใครออกตังค์”!
กลายเป็นเรื่องเป็นราวดราม่า จากกรณีสมาชิกในกลุ่มเมย์เดย์ (กลุ่มคนที่รวมตัวเพื่อช่วยยกระดับระบบขนส่งสาธารณะโดยภาคประชาชน) ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองว่า กทม.ทำเนียนยกเอาผลงานป้ายรถเมล์ใหม่ไปเป็นผลงานของตัวเอง โดยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ได้โพสต์ชี้แจง โดยระบุว่ากรณีป้ายรถเมล์ใหม่ ที่กลายเป็นเรื่องราวเข้าใจผิดว่าตนจะเอามาเป็นผลงานของตัวเองนั้น ป้ายดังกล่าวไม่ใช่ผลงานตัวเอง แต่เป็นการนำแนวคิดของกลุ่มภาคประชาสังคม อย่าง เมย์เดย์ มาผลิต และที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับเมย์เดย์มาอย่างต่อเนื่อง และดีใจขอบคุณคนรุ่นใหม่ที่เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาเมือง กทม.เพียงแต่นำความคิดที่ตรงกับความต้องการของประชาชนมาทำให้เป็นจริงเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯอัศวิน ระบุยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ และดีใจที่ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนากทม.ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน
ขณะที่ล่าสุดทางกลุ่มเมย์เดย์ ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงในประเด็นดราม่าดังกล่าวว่า “คำถามมากมายที่เกิดขึ้นหลังจากโพสต์ของทีมงานเรื่องป้ายรถเมล์โฉมใหม่ บ้างถูกขยายความจากเจตนาของโพสต์และต่อยอดไปอย่างแตกต่าง เมล์เดย์จึงอยากถือโอกาสนี้เล่าลำดับสิ่งที่เกิดขึ้นและถือโอกาสกล่าวถึงทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เรื่องดี ๆ นี้ครับ
1. ป้ายรถเมล์โฉมล่าสุดไม่ได้เป็นแนวคิดจากกลุ่มเมล์เดย์แต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นป้ายรถเมล์ที่เกิดจากการร่วมกันสร้างของประชาชนหลายพันคน เมล์เดย์ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สื่อสาร ประยุกต์ ต่อยอดแนวความคิดเหล่านั้นออกมาให้เป็นรูปธรรม ผ่านการออกแบบและรวบรวมข้อมูลเท่านั้น
2. ป้ายรถเมล์โฉมล่าสุดเป็นป้ายรถเมล์โฉมที่ 4 ที่ถูกปรับปรุงโดยกระบวนการมีส่วนร่วมถึง 5 ครั้ง ผ่านการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานจนถึงผู้เชี่ยวชาญ ผู้คนกว่าหนึ่งหมื่นชีวิตมีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการนี้ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน ตั้งแต่เมล์เดย์เริ่มก่อตั้ง พวกเราก็ยึดมั่นและให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่ป้ายรถเมล์โฉมแรก จนถึงโฉมล่าสุด ป้ายรถเมล์ทุกโฉมเคยถูกติดตั้งจริงทุกครั้ง เพื่อการทดลองและเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานในหลากหลายรูปแบบและกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกันไป จนนำมาสู่การปรับปรุงเป็นป้ายรถเมล์ที่ตอบสนองความต้องการในการใช้งานของคนทุกกลุ่ม
3. สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) หน่วยในการกำกับดูแลของกทม. เป็นผู้ที่เปิดโอกาสให้ป้ายรถเมล์โฉมใหม่ได้รับการติดตั้งในพื้นที่จริงของกทม. และจัดสรรงบประมาณในการผลิตและติดตั้งป้าย
4. ข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะไทย เป็นข้อมูลที่มีอยู่จริงและพร้อมใช้งาน แต่ปัจจุบันยังไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะอย่างที่ควรเป็น แต่เป็นข้อมูลที่ภาคประชาชน รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐแต่ละหน่วยงานไม่สามารถที่จะเข้าถึงและนำข้อมูลของหน่วยงานอื่นไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ เพียงเพราะเป็นชุดข้อมูลของคนละหน่วยงาน หรือมีวัตถุประสงค์ในการต่อยอดประโยชน์ของการนำข้อมูลไปใช้ที่แตกต่างกัน
5. ที่ผ่านมาเมล์เดย์ไม่ได้จัดทำแค่ข้อมูลของป้ายรถเมล์ที่ระบุตัวเลขว่ามีรถเมล์สายอะไรผ่านบ้าง แต่เมล์เดย์ให้ข้อมูลของป้ายสำคัญที่แต่ละสายวิ่งผ่าน มีการออกแบบแผนที่ทิศทางการเดินรถ และนำระบบค้นหาปลายทาง (Destination Finder) มาใช้งาน ทำให้ข้อมูลมีความซับซ้อนสูงมาก จึงทำให้อาสาสมัครและเมล์เดย์ต่างต้องเก็บข้อมูลเส้นทางการเดินรถเมล์กันอย่างอย่างลงลึก เราได้เข้าอู่รถเมล์เพื่อไปหาคำตอบจากกระเป๋ารถเมล์หรือคนขับในแต่ละสาย สายละหลายคน (ทั้งหมดเกือบ 200 สาย) เพื่อให้ได้มาซึ่งป้ายที่สำคัญ 10 - 20 ป้ายต่อสาย จากป้ายประมาณ 100 กว่าป้ายที่รถเมล์วิ่งผ่าน ฯลฯ เมล์เดย์วิเคราะห์ข้อมูลลงป้ายรถเมล์ด้วยตนเองตลอดมา โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลชุดเดียวกันกับที่หน่วยงานภาครัฐเป็นเจ้าของและไม่สามารถนำออกมาใช้ในการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมได้
6.ด้วยระบบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ซึ่งเต็มไปด้วยกำแพงและข้อจำกัด ส่งผลให้เหล่าอาสาสมัครและธุรกิจเพื่อสังคมอย่างเมล์เดย์ ซึ่งไม่มีประสบการณ์ในการทำงานกับภาครัฐเพียงพอตามข้อกำหนด ไม่สามารถที่จะเป็นคู่ค้ากับภาครัฐได้โดยตรง ซึ่งประเด็นนี้เราจะอยากผลักดันให้การทำงานสาธารณะลักษณะนี้ เป็นอาชีพที่พอจะเลี้ยงตัวเองได้ และอยู่ได้จริงเหมือนกับอาชีพเอกชนอื่น ๆ
สุดท้ายแล้ว ตลอดระยะเวลาในการทำงานที่ผ่านมา หัวใจหลักในการดำเนินการที่เราให้คุณค่าสูงสุด นอกจากผลลัพธ์อย่างป้ายรถเมล์โฉมใหม่ที่ทำให้การเดินทางของใครหลายคนสะดวกขึ้น ก็คือการสร้างการมีส่วนร่วมของการเปลี่ยนแปลง โดยคนทุกกลุ่มทุกระดับ ไม่ใช่แค่ภาคประชาชน อาสาสมัคร นักวิชาการ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ แต่ยังรวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกระดับด้วย
ด้วยโครงสร้างระบบการจัดการในปัจจุบัน ทำให้มีหน่วยงานรัฐหลากหลายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงป้ายรถเมล์ใหม่ ทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของป้าย ผู้ที่กำหนดตำแหน่งป้าย ผู้ที่เดินรถ หรือเจ้าของข้อมูล เราจึงมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นอกจากการปฎิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบตามขอบเขตหน่วยงานของตนแล้วนั้น การสร้างการมีส่วนร่วมในการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนศักยภาพที่ตนเองมีร่วมกัน หรือร่วมกับภาคประชาชนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาเมืองอย่างแท้จริง โดยปราศจากข้อจำกัดในด้านขอบเขตความรับผิดชอบของตนและ ‘เห็นผลประโยชน์ของสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด’