นาทีชีวิต: รู้ทัน “หัวใจวายเฉียบพลัน”
หน้าข่าวกทม.-สาธารณสุข
เป็นข่าวเสียชีวิตบ่อยครั้งกับภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งล่าสุด เราต้องสูญเสียปูชนียบุคคลท่านสำคัญ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ไปอย่างกะทันหันและใจหาย
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผย โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เป็นโรคที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญในไทยและทั่วโลก ซึ่งในไทยพบว่าประมาณ 45% ของการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นผลมาจากหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดอันตรายรุนแรงจากที่มีการขาดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเกิดขึ้นได้ทั้ง ขณะทำงาน เล่นกีฬา หรือพักผ่อน เนื่องจากมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและมีรอยปริของผนังหลอดเลือดทำให้มีลิ่มเลือดและไขมันมาเกาะที่ผนังและก่อตัวเป็นตะกรันเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้
อาการและสัญญาเตือน จะแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง มีเหงื่อออก ปวดร้าวไปกรามสะบักหลังแขนซ้าย หอบเหนื่อย ใจสั่น จุกบริเวณคอหอย บางรายอาจจุกใต้ลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน
เมื่อเกิดภาวะเหล่านี้ต้องรีบเดินทางมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อตรวจวินิจฉัยหาแนวทางรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจากข้อมูลของไทยพบผู้ป่วยส่วนใหญ่มาเข้ารับการรักษาล่าช้า ทำให้เสียชีวิตหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลวตามมา
พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์กล่าวว่า แนวทางวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แพทย์จะซักประวัติ อาการ และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
หากพบมีอาการเข้าได้กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ แพทย์จะรีบรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยให้ปลอดภัย โดยให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนใส่ขดลวดค้ำยัน
ทั้งนี้ การป้องกันความเสี่ยงเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ผู้ป่วยต้องดูแลตนเองไม่ให้อ้วนลงพุง คุมน้ำตาลในเลือด คุมความดันโลหิต คุมไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน รับประทานอาหารมีประโยชน์