"เหรียญสองด้าน"/จัดระเบียบเมืองยุคผู้ว่าฯลูกแม่ค้า

กทม.31 ก.ค. 2560 • 02:01 น.
"เหรียญสองด้าน"/จัดระเบียบเมืองยุคผู้ว่าฯลูกแม่ค้า
“... เหตุที่จัดระเบียบทั่วกทม.ไม่ต่อเนื่องเพราะเทศกิจหละหลวม...”
คอลัมน์ “เหรียญสองด้าน" จัดระเบียบเมืองยุคผู้ว่าฯลูกแม่ค้า นโยบายจัดระเบียบเมืองโดยเฉพาะ“ฟุตปาธทางเท้า” ของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ที่รับไม้ต่อมาจากอดีตพ่อเมือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ถือเป็นภารกิจที่คนกทม.ตั้งความหวังสูง เพราะใช่ว่ากทม.จะไม่เคยทำมาก่อนหน้า แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เด็ดขาด จนเกิดกลุ่มหาผลประโยชน์ ประกอบกับเทศกิจปล่อยปละละเลยจนปัญหาสะสมมานานหลายปี เมื่อมีการเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ แน่นอนว่าต้องเกิดการต่อต้านประท้วง พล.ต.อ.อัศวิน เผยว่า ได้มีโอกาสทำงานจัดระเบียบฟุตปาธทางเท้าตั้งแต่เป็นรองผู้ว่าฯก็เห็นถึงปัญหาสะสม จำได้ว่าเคยกำชับในการประชุมกับเทศกิจว่าการแก้ปัญหาต้องทำจริงจัง เหตุที่จัดระเบียบทั่วกทม.ไม่ต่อเนื่องเพราะเทศกิจหละหลวม ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ทั้งเข้าไปเกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์กับผู้ค้า ซึ่งเรามีมาตรการขั้นเด็ดขาดคุมเข้มหัวหน้าฝ่ายเทศกิจทุกเขต ต้องรับผิดชอบหากเกิดทุจริตคอร์รัปชั่นในพื้นที่ จนเมื่อมาเป็นผู้ว่าฯในช่วงแรกๆ มีประท้วงจัดระเบียบคลองหลอด ได้อธิบายว่าไม่เหมาะสม ซึ่งก็ได้จัดระเบียบไปใหม่ และได้รับความร่วมมือจากผู้ค้าดีพอสมควร ยึดหลักต้องสร้างความเข้าใจว่าไม่เหมาะสมอย่างไร แต่ไม่ได้ผลักไสไล่ส่งเสียทีเดียว เพียงผู้ค้าต้องร่วมมือ เพราะกีดขวาง ไม่สวยงาม ไม่สะอาด ผู้ว่าฯ ว่า วิธีการก็ใช้คุยกันโดยแทบไม่ได้ใช้หลักกฎหมายอะไรบังคับมากมาย ทั้งๆ ที่สามารถทำได้ทันที เพราะหากพูดกันตามกฏหมายแล้วผู้ค้าทั้งหมดต้องออกไปเพราะมันผิดเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ได้ใช้ความรุนแรงอะไร คุยกันด้วยความเข้าใจเป็นตัวกลางหาที่ค้าขายให้ใหม่เพื่อเป็นตัวเลือก แต่จะให้เหมือนเดิมก็คงไม่ได้ “การแก้ปัญหาหรือจัดระเบียบเหล่านี้ถามว่าทำแล้วได้ประโยชน์ต่อตัวเองหรือไม่นั้น ไม่มีเลย แต่มันได้ประโยชน์กับประเทศชาติ ต่อคนกทม.ที่ก็มีทั้งคนที่มีรายได้น้อยและคนรวยปะปนกัน ปัจจุบันกทม.มีประชากรประมาณ10ล้านคน รวมประชากรแฝงทั้งหมดแล้ว ในจำนวนนี้มีคนมากกว่า3ล้านที่ต้องใช้ทางเท้าสัญจร จึงถามว่าพวกท่านต้องการค้าขายแต่มันเป็นทางที่ไว้ใช้สัญจรไม่ใช่ตั้งวางขายของ เมื่อคนเดินเขาเรียกร้องสิทธิเขาบ้าง คุณไปริดรอนเขาต้องลงไปเดินบนผิวจราจรเสี่ยงอันตราย ผมในฐานะพ่อเมืองจำเป็นต้องดูแลทุกกลุ่มประชาชน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาก็ต้องแก้ไขจัดระเบียบกัน ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน” สำหรับนโยบายจัดระเบียบที่กทม.ทำนั้น ยืนยันไม่ได้ทำโดยไม่คำนึงถึงประชาชน เรามีการสำรวจความคิดเห็นทุกกลุ่มมาทั้งหมดไม่ใช่อยู่ๆ ก็คิดจะไล่ผู้ค้าก็ทำ หากผู้ค้าไม่เชื่อข้อมูลกทม.ก็สามารถสำรวจความคิดเห็นเองได้แต่ต้องมีกลุ่มตัวอย่างครอบคลุมทั้งหมดจะได้รู้ว่าภายนอกเขาคิดเห็นอย่างไร ผู้ว่าฯกล่าวย้ำว่า จะบอกว่าตนไม่เห็นใจผู้ค้า คงไม่เรียกมาคุยหาทางออกร่วมกันคงจับปรับอย่างเดียวแล้ว จะอ้างจนแล้วทำสิ่งผิดกฎหมายคงไม่ได้ ต้องแยกแยะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ค้าเข้าใจมากขึ้น แต่จะขอกลับมาขายที่เดิมคงอนุญาตไม่ได้ ส่วนที่ผู้ค้าจะขอขายแล้วให้เปลี่ยนเป็นสตรีทฟู้ดเหมือนเยาวราชและข้าวสารนั้นก็ต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ก็คงต้องหารือกัน ในสองจุดนั้นยืนยันไม่ได้สิทธิพิเศษอะไรถือว่าเป็นขั้นทดลองไม่ได้หมายความว่าจะสามารถอยู่ถาวรได้ “ผมโตมากับแม่ค้า แม่ผมเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ต้องช่วยแม่ทุกอย่างทั้งซื้อของ เตรียมของขาย ล้างถ้วยชาม รู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยยากลำบาก ผมจึงเห็นใจเข้าใจความรู้สึก แต่คงไม่อาจปล่อยให้ผู้ค้าริดรอนสิทธิผู้ใช้ทางเท้าได้เช่นกัน เราพยายามหาที่ขายใหม่ให้เป็นทางเลือก ซึ่งผู้ค้าต้องเข้าใจว่าการขายของในที่สาธารณะแบบนี้มันเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา-สภาพเมือง ย้ายไปที่ใหม่อาจไม่ได้สมบูรณ์ทั้งหมด ผู้ค้าและผู้ซื้อก็ต้องเข้าใจด้วย”