"กทม." เอาอยู่ น้ำท่วมกรุง
"ผู้ว่าฯ กทม."ลงเรือตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำเหนือในพื้นที่ กทม. ยันปีนี้เอาอยู่ น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ เหมือนปี 54 ระทึก! เขื่อนกั้นน้ำ"วัดจุฬามณี"แตก มวลน้ำไหลทะลักท่วม"วัด-ชุมชน" ด้าน"บิ๊กป้อม"เล็งลงตรวจน้ำท่วม"สระแก้ว" 9 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 3 ต.ค.64 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมด้วย นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกทม. นายณรงค์ เรืองศรี นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม รองปลัดกทม. คณะผู้บริหารกทม. สำนักการระบายน้ำ ผู้บริหารเขต และผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงเรือตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำเหนือในพื้นที่ กทม. ตรวจแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำเหนือ และแนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ใต้สะพานพระราม 7 เขตบางพลัด ถึงชุมชนโรงสี เขตยานนาวา
ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กทม.เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อาจมีระดับน้ำสูงขึ้น รวมทั้งป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ยืนยันว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯเหมือนปี 54 โดยกทม.ได้เตรียมพร้อมการบริหารจัดการน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วมต่างๆ โดยพร่องน้ำในคลองเพื่อรองรับน้ำ สร้างธนาคารน้ำ(water bank) สร้างท่อเร่งระบายน้ำ (Pipe jacking) ขุดลอกคลอง ลอกท่อระบายน้ำ พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงบางนา ความยาวประมาณ 78.93 กม.
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่วัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล เขื่อนกั้นน้ำสูง 2 เมตร ของวัด ได้พังทลายจากทางด้านหลังวัด ทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระ ไหลเข้าสู่วัด และเริ่มไหลเข้าสู่ชุมชนรอบวัดอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 50 เซนติเมตร โดยขณะนี้ทางวัดประสานไปยังทางอำเภอบางบาล เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ ขณะประชาชนได้นำนั่งร้านมาทำเป็นทางเดินเพื่อสัญจรภายในวัดเบื้องต้นก่อน และจะหาทางปิดช่องเขื่อนกั้นน้ำที่แตกให้ได้ เนื่องจากระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
ด้าน นายสันต์ สร้อยแสง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ระบายในอัตรา 2,779 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและคลองธรรมชาตินอกคันกั้นน้ำชลประทาน ได้รับผลกระทบทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำน้อย คลองโผงเผง และคลองบางบาล ท่วมบริเวณบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย เพิ่มเป็น 8 อำเภอ 95 ตำบล 1 ชุมชน 18,812 ครัวเรือน ส่วนวัดที่ได้รับผลกระทบมี 2 อำเภอ คือ อ.เสนา และอ.บางไทร รวม 16 วัด ขณะที่ในเกาะเมืองล่าสุดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา มีการตั้งคันดินป้องกัน โดยนำเครื่องจักรปั้นคันดินบริเวณหน้าเจดีย์พระศรีสุริโยทัย สูง 1.50 เมตรเพื่อป้องกันเกาะเมืองแล้ว
ขณะที่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพปชร. เปิดเผยถึงกำหนดการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พปชร. ว่า เบื้องต้นพล.อ.ประวิตรมีกำหนดการลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ แต่กำหนดการอาจมีเปลี่ยนแปลงทั้งวันเวลาและสถานที่ แต่เบื้องต้นระหว่างนี้จะยังไม่มีลงพื้นที่ไหน จะวางไว้ที่ จ.สระแก้วก่อน ส่วนส.ส.ที่จะร่วมลงพื้นที่นั้นอยู่ระหว่างประสาน