นายกฯลั่น!น้ำท่วมกรุงต้องแก้ผังเมือง/เล็งให้งบฯทำสถานีสูบเพิ่มที่คลองเปรมฯ
เผยมีแผนขยายเมืองใหม่ พร้อมห่วงใยเจ้าหน้าที่ระบายน้ำกทม.ระวังไฟดูด-เชื้อโรค ขอความกรุณาอย่าทิ้งโต๊ธ-เก้าอี้ลงคลอง
เมื่อวันที่ 29 พ.ค.60 เวลา 13.30 น. ที่สถานีสูบน้ำพระโขนง เขตคลองเตย พลต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมคณะต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะในการตรวจเยี่ยมและติดตามแผนบริหารจัดการน้ำกทม. ระบบการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงแนวทางจัดการน้ำเร่งระบายและการบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อีกทั้งยังได้ลงตรวจพื้นที่บริเวณซอยลาซาล-แบริ่ง ถนนสุขุมวิท เพื่อติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำเมื่อฝนตกหนัก
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทั้งกทม. ทหารและ ตำรวจ โดยห่วงใยเจ้าหน้าที่กทม.ในการปฏิบัติงานน้ำท่วม ให้ระวังไฟดูดและเชื้อโรค ไม่ใช่ใจกล้าทำงานอย่างเดียว ถ้าป่วยไม่สบายให้ผลัดเปลี่ยนเวรกัน ให้รักษาสุขภาพด้วย
นายกฯกล่าวว่า กทม.เป็นเมืองหลวงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ ปัญหาสำคัญเมื่อฝนตกลงมาปริมาณมากกว่าระบบระบายน้ำรับได้ การแก้ต้องมองที่การจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่ตอนต้น ทุกวันนี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ ต้องไปดูที่ต้นเหตุยังไม่ได้แก้ไข คือผังเมืองและการสร้างสิ่งกีดขวาง รัฐบาลมีแผนขยายเมืองใหม่ ต้องแก้ที่ผังเมือง อยู่ที่จะร่วมมือกับรัฐบาลหรือไม่ ต้องมีการบูรณาการร่วมกัน การแก้ปัญหาวันนี้ต้องร่วมมือกัน ช่วยกันสร้างความเข้าใจไปทางเดียวกัน ไม่ติติง ทุกคนหารือช่วยกัน ความขัดแย้งก็ไม่เกิด ประชาชนก็ไม่ทะเลาเบาะแว้ง
อีกปัญหาของกทม. คือท่อระบายน้ำเล็กเกินไปซึ่งขณะนี้ยังทำไม่ได้เพราะคนอยู่ทุกที่ ผมให้กทม.สำรวจพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงสถานีสูบน้ำเพียงพอหรือไม่ จากที่ดูก็น่าจะทำเพิ่มที่คลองเปรมประชากร งบฯเป็นพันล้าน รัฐบาลจะพิจารณาให้ ในส่วนของปัญหาผักตบชวาต้องเร่งจัดการ และขอความกรุณาอย่าทิ้งขยะโต๊ะ-เก้าอี้ ถ้าทิ้งให้ กทม.ตระเวนเก็บ ต้องแก้ไขความมักง่าย และต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่มีกำลังไม่พอ
ทั้งนี้ ในการตรวจเยี่ยมสถานีสูบน้ำพระโขนง เป็นสถานีสูบน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในกทม. ตั้งอยู่ที่ปลายคลองพระโขนง มีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำในคลองประเวศและคลองพระโขนง ซึ่งเป็นคลองสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออก รวมถึงป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีกำลังการสูบน้ำ 173 ลบ.ม./วินาที เพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยเร็ว ในส่วนของพื้นที่บริเวณซอยลาซาล-แบริ่ง ถนนสุขุมวิท มีลักษณะพื้นที่ต่ำเป็นแอ่งกะทะ กทม.ได้วางท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.20 เมตร ทั้งสองฝั่ง เพื่อรองรับน้ำฝนและระบายลงสู่คลองบางนาและคลองสำโรง
แต่เนื่องจากถนนภายในซอยลาซาล-แบริ่ง มีระดับสูงกว่าถนนสุขุมวิท ทำให้เมื่อฝนตกหนักจะมีน้ำไหลบ่าออกจากซอยดังกล่าวลงมายังถนนสุขุมวิท ส่งผลให้น้ำท่วมขังและกระทบต่อการสัญจรของประชาชน ทั้งนี้ กทม.ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวชั่วคราว โดย 1.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำดีเซลบนถนนสุขุมวิท (ทั้งสองฝั่ง) 2.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำดีเซลบริเวณซอยย่อยซอยลาซาล 3.เพิ่มเครื่องสูบน้ำบริเวณบ่อสูบน้ำถนนสุขุมวิท ตอนคลองบางนา (ทั้งสองฝั่ง) 4.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าทำนบคูน้ำข้างบริษัทแพรนด้าจิวรี่ 5.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำดีเซลซอยลาซาล 20, 21, 27, 37 6.ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำบริเวณถนนสุขุมวิท จากซอยสุขุมวิท 107 ถึงคลองบางนา ซึ่งอยู่ระหว่างหาตัวผู้รับจ้าง และ7.เพิ่มประสิทธิภาพกำลังสูบน้ำจากปี 2559 จาก 8.97 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นกำลังสูบรวม 12.49 ลบ.ม./วินาที ในปี 2560