พบคลัสเตอร์ศูนย์ดูแลผู้สูงวัยธนบุรี 20 ราย ส่งเข้าระบบรักษา
ผู้สูงอายุ 14 และผู้ดูแลอีก 6 กำชับสถานดูแลผู้สูงอายุปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting เคร่งครัด พร้อมเตรียมบูสเตอร์เข็ม 3 กระตุ้น
จากกรณีมีการพบการติดเชื้อโควิดแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) ในศูนย์ดูแลผู้สูงวัย เขตธนบุรี ว่าที่ร้อยตรี สรวุฒิ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการเขตธนบุรี กทม. กล่าวว่า จากการตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในเขตธนบุรีของเอกชนแห่งหนึ่ง พบผู้ติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 20 ราย แบ่งเป็น ผู้สูงอายุ 14 ราย ผู้ดูแล 6 ราย ซึ่งศูนย์บริการสาธารณสุข 36 บุคคโล และสำนักงานเขตธนบุรีได้นำผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุ 14 ราย ส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ดูแล 6 ราย ศูนย์บริการสาธารณสุข 36 ได้ให้ Home Isolation (HI) กับศูนย์บริการสาธารณสุข 36 และเฝ้าติดตามอาการผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เป็นผู้สูงอายุ 6 ราย และผู้ดูแล 3 ราย โดยจัด Home Quarantine เฝ้าดูอาการที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และดำเนินมาตรการ Bubble and Seal ห้ามบุคคลเข้า-ออก พร้อมทั้งทำความสะอาด พ่นยาฆ่าเชื้อ และให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวตามมาตรการควบคุมโรค โดยมีศูนย์บริการสาธารณสุข 36 บุคคโลและสำนักงานเขตธนบุรีเฝ้าติดตาม
ด้านนางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย มีมาตรการสอบสวนโรค โดยเมื่อพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. และสำนักงานเขตจะลงพื้นที่สอบสวนโรคร่วมกัน เพื่อค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมและค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หากพบผู้ป่วยเพิ่มจะนำเข้าสู่ระบบการรักษา เช่น เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เข้า Hospitel หรือเข้ารับการรักษาแบบ Home Isolation กรณีสถานดูแลผู้สูงอายุมีสถานที่เพียงพอให้แยกกักผู้ป่วยในสถานดูแลผู้สูงอายุนั้น ๆ ได้ โดยมีแพทย์ตรวจประเมินอาการเบื้องต้น พร้อมให้ยารักษาตามอาการ และควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้กักกัน (Quarantine) เพื่อเฝ้าระวังจนครบ 14 วัน และจะ เข้าไปตรวจ Swab ให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงซ้ำตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข หากไม่พบผู้ป่วยใหม่ภายใน 28 วัน ถือว่าสิ้นสุดการเฝ้าระวัง ส่วนการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ได้แนะนำให้ทำความสะอาดห้องพักของผู้ป่วยด้วยแอลกอฮอลล์ หรือผงซักฟอกชนิดเข้มข้น หรือสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรด์ โดยเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได ทำความสะอาดห้องน้ำ รวมถึงสุขภัณฑ์ และพื้นผิวในห้องน้ำ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันโรค ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อย ๆ ทิ้งขยะติดเชื้อทุกวัน ตลอดจนประสานสภากาชาดไทยมอบถุงยังชีพให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และกำชับให้เจ้าของกิจการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด 19 และมาตรการ Covid Free Setting อย่างเคร่งครัด
ขณะที่นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า สำนักการแพทย์ ได้ยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 โดยเฉพาะในจุดเสี่ยงที่มีผู้คนรวมตัวจำนวนมาก รวมทั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์เด็กเล็ก ที่อยู่ในการดูแลของ กทม. ขณะเดียวกันได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานเขต 50 เขต สำนักเทศกิจ โรงพยาบาล กทม. และศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในการวางแผนการตรวจคัดกรองโรคและฉีดวัคซีนโควิด 19 รวมทั้งบริหารจัดการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ตามแนวทางของหน่วยงานเครือข่าย โดยได้ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด 19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ทั้งนี้ ได้จัดทีมตรวจเชิงรุกตามบ้านและชุมชน โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการ Covid Free Setting อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ใหม่ โดยเฉพาะในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แนะนำให้ตรวจ ATK เป็นประจำทุกสัปดาห์
นางอณุสรา ชื่นทรวง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. กล่าวว่า สำนักพัฒนาสังคม ได้เพิ่มความเข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting ในกลุ่มสถานสงเคราะห์บ้านผู้สูงอายุบางแค 2 โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขให้คำแนะนำการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 สายพันธ์ Omicron และสั่งการให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรปฏิบัติตามคำแนะนำโดยเคร่งครัด รวมทั้งประสานงาน เพื่อเตรียมผู้สูงอายุให้ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อม หากพบเจ้าหน้าที่และผู้สูงอายุติดเชื้อโควิด 19 พร้อมทั้งจัดให้มีห้องกักตัวสำหรับผู้สูงอายุที่เข้ามาใหม่ เพื่อสังเกตอาการ 14 วัน และตรวจหาเชื้อโควิด 19 หลังครบกำหนด