กระแสสุขภาพ...เตือน “นักวิ่ง” ไม่พร้อมอย่าเสี่ยง! หัวใจหยุดเต้นฉับพลัน

กทม.2 ส.ค. 2560 • 02:30 น.
กระแสสุขภาพ...เตือน “นักวิ่ง” ไม่พร้อมอย่าเสี่ยง! หัวใจหยุดเต้นฉับพลัน
จากกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียเมื่อไม่นานมานี้ มีผู้เข้าร่วมวิ่งมาราธอน 10 กม. หมดสติขณะวิ่งมาราธอน นพ.ณัฐพล เก้าเอี้ยน แพทย์สถาบันหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า ระบุผู้ที่จะเข้าแข่งขันวิ่งมาราธอน ควรจะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ขณะที่การออกกำลังกายในแต่ละครั้ง ต้องตรวจเช็คสุขภาพตัวเองก่อนว่า มีโรคประจำตัวหรือไม่ หากไม่แน่ใจควรรีบปรึกษาแพทย์ รวมถึงตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้มั่นใจว่ามีสมรรถภาพออกกำลังกายได้มากน้อยเพียงใด บางรายที่ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ จะมีการทำงานของหัวใจที่ลดลงและและบีบตัว เนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจจะสูงขึ้น และการบีบตัวให้เลือดออกจากหัวใจแต่ละครั้งมีปริมาณน้อยลง ทำให้ปริมาณเลือดที่หัวใจส่งไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ลดลง เป็นผลให้ปริมาณออกซิเจนสูงสุดที่ร่างกายนำไปใช้ลดลงด้วย การออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ จะทำได้คล้ายๆ กับในคนปกติ แต่ควรเน้นระดับปานกลาง เช่น เต้นแอโรบิก วิ่งเหยาะๆ เดินเร็ว ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ กีฬาที่แนะนำ อาทิ เทนนิสคู่ กอล์ฟ ปิงปอง เป็นต้น เมื่อเริ่มระยะแรก ควรซ้อมเบาๆ ไม่รีบร้อน หยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อย หรือแน่นหน้าอก เมื่อเริ่มเคยชินก็เพิ่มเวลา จนทำได้ต่อเนื่องนานอย่างน้อย15นาที และทำทุกวัน ที่สำคัญ Warm up and Cool downก่อนหลังออกกำลังกาย เพื่อลดบาดเจ็บ กลุ่มที่เสี่ยงอ้วน ไม่เคยออกกำลังกายหรือป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ ความดันสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน และก่อนวิ่งก็ต้อง Warm upเช่นกัน ไม่หักโหมเพื่อป้องกันสัญญาณภัยเงียบที่ร้องเตือนจากภายในสู่ภายนอกร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิต ขณะวิ่งมาราธอนหัวใจจะทำงานมากกว่าปกติ เสียเหงื่อมาก จึงต้องสำรวจตัวเองทุกครั้งว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ ถ้ามีควรรีบปรึกษาแพทย์ ก่อนวิ่งทุกครั้ง และการวิ่งแต่ละครั้งควรพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะวิ่งมาราธอน ควรนำยาประจำตัวติดตัวไปด้วย น้ำเกลือแร่ เพื่อป้องกันเกิดเหตุฉุกเฉินเฉียบพลันแบบไม่ทันตั้งตัวกับตัวเองและผู้เข้าร่วมวิ่ง