ฟังอีกด้าน!พิสูจน์ความจริง!“สเต็มเซลล์-กัญชา”ไม่ฆ่า!มะเร็ง

กทม.11 ม.ค. 2562 • 01:38 น.
ฟังอีกด้าน!พิสูจน์ความจริง!“สเต็มเซลล์-กัญชา”ไม่ฆ่า!มะเร็ง
กระแสสังคมเรื่องการนำเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ (Stem cell) และการนำ “กัญชา” มาใช้รักษาโรคมะเร็งอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีหลายหน่วยงานนำเรื่องราว และงานวิจัยที่ถูกต้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาใช้ประโยชน์อ้างอิง ดังนั้น ศ.นพ.สมชาย เอี่ยมอ่อง ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย จึงต้องการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนเพื่อให้ตระหนักและเข้าใจ สามารถวิเคราะห์ถึงความถูกต้องกับผลที่หากนำมาใช้รักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน เพื่อไขข้อกระจ่างให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ผศ.ดร.นพ. นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา หัวหน้าศูนย์สเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยความจริงเกี่ยวกับสเต็มเซลล์กับการรักษาโรคมะเร็งว่า การนำสเต็มเซลล์ไปใช้ทางการแพทย์ที่ยอมรับคือ ปลูกสเต็มเซลล์แทนสเต็มเซลล์ชนิดที่เสียไปให้สร้างเซลล์ของเนื้อเยื่อนั้น ๆ ในร่างกาย เช่น ปลูกสเต็มเซลล์เลือดจะทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือดใหม่ขึ้นเป็นเวลายาวนานหลังปลูกถ่าย การใช้สเต็มเซลล์ผิวหนังสร้างแผ่นผิวหนังในผู้ป่วยแผลไหม้ นักวิทยาศาสตร์ยังพบสเต็มเซลล์พิเศษ ซึ่งสร้างเซลล์ร่างกายได้ทุกชนิด ได้แก่ สเต็มเซลล์ตัวอ่อน (embryonic stem cells) หรือวิธีเปลี่ยนเซลล์ร่างกายทั่วไป ให้เป็นสเต็มเซลล์ที่คล้ายสเต็มเซลล์ตัวอ่อนที่เรียกว่า ไอพีเอส (iPS cells) ซึ่งนำมาสู่ความหวังในการรักษาโรคที่ไม่มีทางรักษาในปัจจุบันหลายชนิด เพราะสามารถสร้างเซลล์ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างใหม่ได้อย่างไม่จำกัดในหลอดทดลอง เช่น เซลล์ท่อไต เซลล์สมอง เซลล์ตับอ่อน อย่างไรก็ดี ทั้ง ES และ iPS cells ยังอยู่ในช่วงทดลองขั้นต้นในผู้ป่วยทั้งโลกน้อยกว่า 10 ราย จึงยังไม่พร้อมจะนำมาใช้ในผู้ป่วยทั่วไป การนำไปใช้ในโรคมะเร็งที่เป็นที่ยอมรับเป็นเพียงใช้สเต็มเซลล์เลือดปลูกสร้างระบบเลือดให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดจนระบบเลือดเสียไป ไม่ใช่ใช้สเต็มเซลล์ไปฆ่ามะเร็งโดยตรง ในทางตรงข้าม สเต็มเซลล์บางชนิดเป็นเซลล์พี่เลี้ยงที่ดีทำให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายได้ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ป่วย ขณะในทางการแพทย์ มีการวิจัยใช้เซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อรักษามะเร็ง เช่น NK cells T-cells ไปถึงเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ดัดแปลงพันธุกรรม เช่น CAR T-cells แม้มีแนวโน้มจะพัฒนาจนใช้งานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการวิจัยไม่ใช่การรักษามาตรฐาน ซึ่งตามหลักจริยธรรมไม่สามารถเก็บค่าบริการได้ (ผศ.ดร.นพ. นิพัญจน์ (ซ้ายสุด) ศ.นพ.สมชาย (กลาง) รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ (ขวาสุด) เซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิดมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ถึงปัจจุบันมีมะเร็งน้อยชนิดที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลในระยะยาว ขณะที่ในมะเร็งหลายชนิดมีข้อมูลว่าวิธีที่ใช้ปัจจุบันยังไม่ได้ผล การจะตัดสินใจรับภูมิคุ้มกันบำบัดควรศึกษาข้อมูลให้ดีจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น สมาคมโลหิตวิทยา สำหรับการฉีดเซลล์ภูมิคุ้มกันเพื่อหวังป้องกันมะเร็งรักษาสุขภาพไม่มีข้อมูลรองรับว่าได้ผล ปัจจุบันทั้งในไทยและต่างประเทศ มีคลินิกและโรงพยาบาลที่หวังกำไรให้บริการสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดอื่นๆโดยไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์จำนวนไม่น้อย มีการโฆษณากว้างขวาง ทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ผล เสียเงินจำนวนมากแล้ว ยังอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง ถึงพิการและเสียชีวิตมาแล้ว สำหรับผู้ป่วยมะเร็งการหยุดการรักษามาตรฐานไปพึ่งคลินิกดังกล่าว ยังเปิดโอกาสให้มะเร็งลุกลามทำให้เสียโอกาสในการรักษามะเร็งที่ควรจะรักษาได้ไปอีกด้วย ด้าน รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อดีตนายกสมาคมมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยและหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคมะเร็งครบวงจร รพ.จุฬาลงกรณ์ กล่าวถึง “กัญชา”กับโรคมะเร็ง ว่า ในกัญชาจะมีสารกลุ่ม Cannabinoid ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและภูมิคุ้มกัน ผลข้างเคียงที่เกิดเมื่อใช้กัญชา หรือ Cannabinoid ซึ่งเป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและภูมิคุ้มกัน ที่พบได้ ได้แก่ ใจสั่น ความดันโลหิตต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนตัว ระบบย่อยอาหารทำงานลดลง เวียนศีรษะ ซึมเศร้า หลอน หวาดระแวง เมื่อใช้ติดต่อกันนาน อาจเกิดอาการถอนยาเมื่อหยุดใช้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการติดยาได้ ทั้งกัญชา และ Cannabinoids อาจมีประโยชน์ในการรักษาอาการบางชนิดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง มีงานวิจัยพบว่ากัญชาสามารถออกฤทธิ์ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัดได้ แต่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาป้องกันคลื่นไส้อาเจียน Prochlorperazine ซึ่งไม่เสพติด ในทางตรงกันข้ามหากใช้ปริมาณมาก อาจคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงได้ ในด้านฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง มีการศึกษาว่ากัญชาสามารถออกฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในการเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องแล็บ แต่ยังไม่มีการศึกษาถึงผลของกัญชาต่อโรคมะเร็งในมนุษย์ กล่าวคือ แม้จะมีการศึกษากัญชาในห้องปฏิบัติการมานานแล้ว กลับไม่มีหลักฐานนำเอากัญชามาใช้วิจัยเพื่อรักษามะเร็งในมนุษย์เลย ทั้งปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลนำกัญชามาใช้บรรเทาอาการหรือผลข้างเคียงจากมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกไม่รับรองให้นำกัญชามาใช้รักษาโรคมะเร็งแต่อย่างใด แม้กัญชาอาจมีผลในการรักษาโรคเกร็ง ลมชักได้ แต่การวิจัยมาใช้รักษาโรคมะเร็งน่าจะไม่ได้ประโยชน์ จึงไม่ควรกล่าวอ้างหลอกลวงว่ากัญชารักษามะเร็งได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้าใจผิด และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็งได้