สถาพร ศรีสัจจัง
หลังได้รับอิสรภาพจากจักรพรรดินิยมอังกฤษในปี ค.ศ. 1776 สหรัฐอเมริกาพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด เฉพาะเรื่องการขยายพื้นที่ พบว่าหลังปี ค.ศ. 1776 ที่เพิ่งได้รับเอกราชมาจนถึงปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาขยายพื้นที่เพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 8 แสน 6 หมื่น ถึงเก้าแสนตารางไมล์เพิ่มเป็นราว 3.79 ล้านตารางไมล์ หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 400 เปอร์เซ็นต์!!
จากที่เคยมี "รัฐ" เพียง 13 รัฐ กลายเป็นมีถึง 50 รัฐในปัจจุบัน (นายทรัมป์ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของประเทศดังกล่าว กำลังแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าต้องการให้เกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก เป็นรัฐที่ 51 ของตน?)
สหรัฐอเมริกาได้พื้นที่เหล่านั้นมาอย่างไร? ตอบว่า-ได้มาจากเหตุสำคัญ 3 ลักษณะ
ลักษณะแรก ได้มาโดยการซื้อ!
ดินแดนที่อเมริกาซื้อส่วนใหญ่เป็นยุคแรกๆ ที่เพิ่งได้เอกราชไม่นานนัก และเจ้าของดินแดนเหล่านั้นมีเหตุผลในการที่ต้องขายแตกต่างกันออกไป แต่มักมีปัจจัยร่วมคือดินแดนเหล่านั้น "ดูแลยาก" (เพราะอยู่ติดกับอเมริกาที่กำลังคึกคะนองเพราะเพิ่งได้รับเอกราชจากอังกฤษ แต่เจ้าอาณานิคมเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป)
ดินแดนสำคัญที่อเมริกาได้จากการ (บีบ) ซื้อที่สำคัญได้แก่:
1.ดินแดน "ลุยเซียนา" (Louisiana) ซึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่มาก เกือบเท่ากับพื้นที่อเมริกาตอนนั้น กลายเป็นพื้นที่บางส่วนของ 15 รัฐของอเมริกาปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาซื้อดินแดนแห่งนี้จากฝรั่งเศส (เจ้าอาณานิคม) ในราคา 15 ล้านยู.เอส.ดอลลาร์ ในปี ค.ศ. 1803 ที่ต้องขายเพราะตอนนั้นชนชั้นปกครองของฝรั่งเศส คือ นโปเลียน โบนาปาร์ต ต้องการเงินไปทำสงคราม และดินแดนส่วนนี้ดูแลป้องกันการบุกรุกยาก
2.อะแลสกา (Alaska) แผ่นดินน้ำแข็งอยู่เหนือสุดของทวีปอเมริกาเหนือ เป็นของรัสเซีย ที่มีพื้นที่ติดต่อกับมหาสมุทรอาร์กติก มหาสมุทรแปซิฟิก และด้านตะวันออกติดต่อกับแคนาดา ที่สหรัฐอเมริกาซื้อเพราะเหตุผลทางยุทธศาสตร์และเพราะความละโมภ เนื่องจากประเมินว่าจะมีแร่ธาตุมาก ส่วน "จักรวรรดิรัสเซีย" ที่ต้องตัดสินใจขาย ก็เพราะเห็นว่าอยู่ไกล ดูแลยาก เสี่ยงที่จักรวรรดิอังกฤษจะยึดครอง และตอนนั้นรัสเซียต้องการเงินเพราะกำลังยากจน โดยขายเพียง 7.2 ล้านยู.เอส.ดอลลาร์ (เฉลี่ยเพียง 2 เซนต์ต่อ 1 เอเคอร์) / ซื้อขายกันในปี ค.ศ. 1867
3.รัฐฟลอริดา (Florida) แต่เดิมเป็นของสเปน แต่ต้องขายไปในราคาเพียง 5 ล้านยู.เอส.ดอลลาร์ ในปี ค.ศ. 1819 โดยอเมริกาไม่ต้องจ่ายเงินสด แต่หักเอาจากเงินที่ประชาชนอเมริกันเรียกร้องค่าเสียหายจากสเปนในการทำสงคราม
ลักษณะที่ 2 โดยการทำสงคราม! การได้มาซึ่งดินแดนจากการทำสงครามของสหรัฐอเมริกานี้ มี 3 กรณีสำคัญ ได้แก่:
1.สงครามประกาศอิสรภาพ (American Revolutionary War, 1775-1783) รบกับสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษจนได้รับเอกราชและสถาปนาประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้น พร้อมกับสิทธิในการครอบครองดินแดนจนถึงแม่น้ำมิสซิสซิปปี (รวม 13 รัฐ) สงครามครั้งนี้มีคนเสียชีวิต (ทุกฝ่าย) ประมาณ 7 หมื่นคน
2.สงครามเม็กซิโก-สหรัฐอเมริกา (Mexican-American War, 1846-1848) หลังจากสหรัฐฯ ผนวกดินแดนเท็กซัส (Texas) ในปี ค.ศ. 1845 ทำให้เกิดสงครามกับเม็กซิโก เม็กซิโกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต้องทำสนธิสัญญา "กัวดาลูเป อิดัลโก" (Treaty of Guadalupe Hidalgo) โดยเม็กซิโกต้องยอมยกดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้และแคลิฟอร์เนียให้สหรัฐอเมริกา สงครามครั้งนี้ทำให้มีคนตายไปประมาณ 3 หมื่นคน
3.สงครามสเปน-อเมริกา (Spanish-American War, 1898) คิวบาเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิสเปน เมื่อชาวคิวบาลุกขึ้นต่อสู้กับสเปนเพื่อต้องการเอกราช สเปนก็ปราบปราม สหรัฐอเมริกาเข้าแทรกแซงจนก่อสงครามระหว่างสเปนกับอเมริกาขึ้น สมรภูมิรบสำคัญของสงครามนี้อยู่ใน 2 พื้นที่ คือ สมรภูมิคิวบา (ในทะเลแคริบเบียน) กับสมรภูมิฟิลิปปินส์ (ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
สมรภูมิคิวบา: มีพื้นที่รบที่สำคัญคือ ยุทธการที่ซานฮวน ฮิลล์ (San Juan Hill) และยุทธนาวีที่ "ซานดิเอโก เดอ คิวบา" (Santiago de Cuba)
สมรภูมิฟิลิปปินส์: มีพื้นที่รบที่สำคัญคือ "ยุทธภูมิอ่าวมะนิลา" (Battle of Manila Bay)
สงครามนี้กินเวลาเพียง 10 สัปดาห์ โดยสเปนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง ทำให้จักรพรรดินิยมเก่า (ที่หมดเขี้ยวเล็บตามวาระ) ต้องเสียดินแดนยึดครองให้กับ "ผู้ยึดครองตัวใหม่" ที่กำลังผงาดขึ้นเป็นจักรพรรดินิยมแห่งโลกอย่างสหรัฐอเมริกาไปเป็นจำนวนไม่น้อย ที่สำคัญ ได้แก่:
1.ประเทศฟิลิปปินส์ (ปัจจุบัน) โดยสหรัฐฯ (ที่กำลังเริ่มร่ำรวย) ยอมจ่ายให้เจ้าอาณานิคมเก่าคือสเปนเป็นเงิน 20 ล้านยู.เอส.ดอลลาร์ แล้วเข้ายึดครองฟิลิปปินส์ โดยได้รับสิทธิ์จากสนธิสัญญาปารีส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898-1946 รวม 48 ปี
2.เปอร์โตริโก (Puerto Rico) เป็นของสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898 ตามสนธิสัญญาปารีสเช่นกัน นับถึงปัจจุบัน (2026) ก็เป็นเวลาถึง 128 ปีเข้าแล้ว เป็นประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน สถานะปัจจุบันเป็น "เครือรัฐ" (Commonwealth) ของสหรัฐอเมริกา มีประชากรประมาณ 3.2 ล้านคน ได้รับถือสัญชาติอเมริกามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1917 สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างอิสระ แต่ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี และต้องจ่ายภาษีบางประเภทให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ
3.เกาะกวม (Guam Island) เป็น 1 ในดินแดนสำคัญที่อเมริกาได้จากการชนะสงคราม 10 วันต่อสเปน ปัจจุบันเป็น "ดินแดนโพ้นทะเลที่ไม่รวมอยู่ในรัฐ" (Unincorporated territory) ของอเมริกา ประชาชนเป็นพลเมืองสหรัฐฯ แต่ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเหมือนกับเปอร์โตริโก
ปัจจุบันถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ ฐานทัพ และคลังอาวุธสำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกา ในพื้นที่อินโด-แปซิฟิก
สงครามกับสเปนเพียง 10 สัปดาห์นี้ สหรัฐฯ ทำให้มีคนตาย (ทุกฝ่าย) ไปทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 4,000 คน.!!!








