สถาพร ศรีสัจจัง
ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อกำเนิดเป็น “รัฐชาติสมัยใหม่” โดยสามารถ “ปลดแอก” จากจักรวรรดินิยมอังกฤษเจ้าอาณานิคม และสถาปนาขึ้นประเทศเอกราชในปี ค.ศ.1776 ,วันที่ 4 กรกฎาคม
ดังนั้นเมื่อถึงวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.2026 (คือปีนี้) ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงเป็นประเทศที่มีอายุเพียง 250 เท่านั้นเอง
แต่นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิปดีคนปัจจุบัน(ที่ขึ้นมา “ป่วนโลก” โดยลุแก่มิจฉาทิฐิ(คิดแบบชาวพุทธ)ใช้อำนาจด้านกลาโหมที่คิดว่ามีเหนือชาติอื่นในโลก ก่อการรังแกรังควานชาติอ่อนแอกว่าไปทั่ว จนก่อวิกฤติทั้งด้านเศรษกิจและการเมืองอย่างกว้าง-อย่างที่รู้ๆเห็นกันโดยทั่วไป
ด้วยข้ออ้างต่างๆนานาแบบหมาจิ้งจอกอันธพาลในนิทานของอีสป!
ทั้งยังสั่งการให้มีการเฉลิมฉลอง“วันชาติอเมริกัน”ครบรอบ 250 ปีอย่างเอิกเกริกมโหฬาร พร้อมกับจัดสร้างและเปลี่ยนชื่อสถานที่และองค์การต่างๆหลายสิ่งหลายแหล่งให้เป็น“นาม”ที่เกี่ยวกับชื่อหรือสกุลของตนเองอย่างน่าขย้อน!
ในขณะที่ในเนื้อหาความเป็นจริงของประเทศ กำลังเป็นหนี้สินแบบล้นพ้นตัว และสถานการณ์สังคมภายในประเทศก็กำลังเน่าเฟะ ทั้งในด้านคุณภาพชีวิตของประชากรและด้านอื่นๆเพิ่มขึ้นทุกทีๆ
เอาแค่เฉพาะเรื่องการเป็นหนี้-วันนี้ใครๆเขาก็รู้กันทั้งโลกแล้วละว่า สหรัฐอเมริกาเป็นหนี้มากมายมหาศาล แม้จะรวยจากการค้าสงครามเพื่อขายยุทธปัจจัยจากความกลัวของชาติเล็กชาติน้อยที่ไม่เคยรวมตัวรวมพบังกันได้
แต่ก็ฟังว่า รายได้จากการขายอาวุธดังกล่าวก็ตกไปอยู่บนหน้าตักของกลุ่มทุนหนุนรัฐจักรวรรดิสมัยใหม่แห่งนี้เพียงไม่กี่กลุ่ม ขุนทหารใหญ่ๆไม่กี่คน และนักการเมืองเสือหิวนั่นแหละที่อาจได้ส่วนร่วมปันผลบ้าง
ช่างเป็น‘ต้นแบบ’ของประเทศไทยแลนด์แทนทาลัมเสียทุกเรื่องจริงๆ!
อายุของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เพียง 250 ปี ถ้าเทียบกับประเทศไทยเราแล้วต้องนับว่ายังเด็กมาก อย่าให้ต้องไปถึงสุโขทัยเลย เอาชัดๆแค่อาณาจักรอยุธยาที่ก่อตั้งสถาปนาเป็น “นครรัฐ”
ขึ้นเมื่อ พ.ศ.1893 เมื่อนับถึงปัจจุบันก็ร่วม 776 ปีเข้าแล้ว
คิดเฉพาะแค่อายุกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เป็นราชธานีรุ่นหลังสุดของสยามหรือประเทศไทย และเป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2325 (ขึ้น10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล วันที่ 21 เมษายน เวลา 06.54)แล้ว
ก็ยังต้องถือว่าเป็นเมืองรุ่นเดียวกัน เพราะปีนี้กรุงรัตนโกสินทร์ของเราก็มีอายุถึง 244 ปีเข้าแล้ว!
ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ยิ่งใหญ่(อย่างน้อยก็ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้ง๒) อย่างที่เราเห็นเรารู้ในวันนี้ เมื่อเริ่มต้นนั้นมีเพียง 13 รัฐ(วันประกาศอิสระภาพ)ปัจจุบันนี้ขยายถึง 50 รัฐ กับ อีก 1 “District” คือ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ซึ่งเป็นตั้งทำเนียบขาวที่ทำงานของประธานาธิบดี ซึ่งตั้งอยู่ติดกับรัฐนิวยอร์ค(คนละเมืองกับรัฐ‘วอชิงตัน’ ซึ่งเป็นรัฐทางเหนือติดชายแดนประเทศแคนาดา)
จึงมักมีคำถามของคนอยากรู้อยากเห็นเกิดตามมาว่า แล้ว “รัฐ” ที่ ‘งอก’ ขึ้นภายหลังมากถึง 37 รัฐนั่น “อเมริกา”ได้มายังไง? ต้องเอาอะไรแลกมาบ้าง? และเมื่อก่อนดินแดนเหล่านั้นดำรงอยู่อย่างไร เป็นของใคร?
เคยได้ยินคำพูดของนายทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน-ที่เขาบอกว่า“เกาะกรีนแลนด์” ต้องเป็นของสหรัฐอเมริกากันบ้างหรือเปล่า?(ตอนนี้เป็นของเดนมาร์ก) เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก(เพราะอาจเกี่ยวกับการ “ฆ่าคนบริสุทธิ์” และ “การปล้น” ด้วย จึงขอยกยอดไว้พูดทีหลังดีกว่า
ตอนนี้จะขอพูดถึงเรื่องหนี้สินมหาศาลของมหาอำนาจโลกรายนี้เสียก่อน!
ลองเข้าไปติดตามข้อมูลเรื่องนี้จาก “ลงทุนแมน” แค่รายเดียว ก็พบอะไรที่น่าสนใจเยอะแยะมากมายเลย จะลองสรุปเรื่องนี้แบบสั้นๆให้ดูสักหน่อยก็แล้วกันนะ
จากข้อมูลของ‘ลงทุนแมน’สรุปแบบสั้นที่สุดได้ประมาณนี้ ปัจจุบัน(ปีค.ศ.2026) ประเทศสหรัฐอเมริกามีหนี้สินสาธารณะทั้งสิ้นประมาณ 1,000,000,000,000,000 บาท(อ่านว่า “หนึ่งพันล้านล้านบาท”) ตัวเลขหนี้สินดังกล่าวนี้ นักวิเคราะห์ทางการเงินวิเคราะห์ว่า “กำลังเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ จนต้องมีการขอขยายเพดานหนี้เพิ่มเติม”
ที่น่าสนใจก็คือ หนี้สาธารณะดังกล่าว มีสัดส่วนต่อ GDP ของประเทศสูงถึง 120 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับประเทศกระจอกๆอย่างไทยก็ถือว่าสูงกว่ามาก เพราะไทยมีหนี้สาธารณะ
ในสัดส่วนต่อ GDPเพียงร้อยละ 60 เท่านั้น
ส่วนเรื่องที่ว่ามีเหตุผลอะไรจึงทำให้สหรัฐอเมริกาสามารถก่อหนี้สาธารณะได้สูงถึงขนาดนี้นั้น มีคนวิเคราะห์ไว้เยอะแล้ว จึงจะขอไม่พูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับรื่องนี้
ประเด็นสำคัญที่ต้องการจะพูดจริงๆก็คือ อยากแสดงความห่วงใย(ในฐานะชาวพุทธ)ต่อชาวอเมริกัน ที่อาจจะต้องรับ“บาป”ร่วมกับชนชั้นปกครองที่พวกเขาเลือกไปให้บริหารประเทศมายาวนานมากกว่าเรื่องอื่น
เพราะพบว่า ในรอบ 250 ปีนับแต่ก่อตั้งประเทศ ชนชั้นปกครองประเทศนี้ต้อง “ฆ่าคน”โดยนโยบาย(ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม)ไปมากมายเหลือจะคณานับแล้ว!!!!








