คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
หากเราสังเกตให้ดีจะเห็นค่อนข้างชัดเจนว่า ขณะนี้ได้มีคลื่นการเมืองลูกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในแวดวงการเมืองของสหรัฐอเมริกา โดยคลื่นลูกใหม่ที่พัดเข้ากระทบฝั่งการเมืองของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มักจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่นอกจากพวกเขาจะมีอายุน้อยแล้ว ก็ยังมีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างไปจากนักการเมืองรุ่นเก่า
แถมคลื่นลูกใหม่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เริ่มต้นสตาร์ตเส้นทางสายการเมืองที่กรุงนิวยอร์ก ยกตัวอย่างอาทิเช่น “นายกเทศมนตรีโซห์ราน มัมดานี” แห่งนครนิวยอร์ก ที่มีอายุเพียง 34 ปี!!! อีกทั้งยังมี “อเล็กซานเดรีย โอคาสซิโอ-คอร์เทซ” อายุ 36 ปี ที่เธอก็กำลังตัดสินใจว่าจะลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งวุฒิสมาชิก แทนที่ “วุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์” ดี หรือว่าจะลงสนามใหญ่ในการแข่งขันเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ดี
หรือแม้กระทั่ง “ส.ส.ฮาคีม เจฟฟรีส์” ผู้นำคนหนึ่งของค่ายพรรคเดโมแครต อายุ 56 ปี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาฯ หลังการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งเขาผู้นี้ก็เป็นชาวนิวยอร์กด้วย
ส่วน “นายแพทย์อับดุล เอล-ซาเยด” นักการเมืองรุ่นใหม่ของรัฐมิชิแกน ที่มีเชื้อสายเป็นชาวอียิปต์ และมีอายุ 41 ปี หลังจากที่เขาชนะการแข่งขันการเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต เพื่อเข้าไปช่วงชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ปรากฏว่า จากที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมาก่อน แต่ขณะนี้คุณหมออับดุล กลายเป็นดาราทางการเมืองที่โด่งดังไปเสียแล้ว
เมื่อเมียง ๆ มอง ๆ ไปแล้วดูเหมือนว่า นักการเมืองผู้นี้จะมิใช่นักการเมืองธรรมดา ๆ เพราะเขามีประวัติที่แปลกแหวกแนวแบบที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นชาวอียิปต์ เดินทางอพยพโยกย้ายถิ่นฐานไปพำนักอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ โดยคุณพ่อของเขาเข้าไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ที่ “มหาวิทยาลัยเวย์นสเตต” ส่วนคุณแม่ยึดอาชีพเป็นนางพยาบาล
ส่วนคุณหมออับดุล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก “มหาวิทยาลัยมิชิแกน” ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ และได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งระดับดีเด่นของรุ่น แถมยังได้รับทุน “Rhodes Scholar” ให้ไปศึกษาต่อที่ออกซฟอร์ด ซึ่งขณะนั้นเขาเป็นหนึ่งในนักศึกษาอเมริกัน 32 คนทั่วประเทศที่ได้รับทุนนี้ จากนั้นเขาก็ไปศึกษาต่อทางด้านการแพทย์ที่ “มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย”
ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมา คุณหมออับดุลยังเคยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านสาธารณสุข ณ เมืองดีทรอยต์ ตั้งแต่ปี 2015-2017 แถมเขาก็ยังเคยเป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และเขาก็ยังได้เขียนหนังสือออกมาถึงสามเล่มด้วยกัน
เมื่อปี ค.ศ. 2018 คุณหมออับดุลก็เคยลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งผู้ว่าฯ ของรัฐมิชิแกน แต่ครั้งนั้นอาจจะด้วยประสบการณ์ทางการเมืองของเขายังมีน้อย ครั้งนั้นเขาจึงไปไม่ถึงดวงดาว ได้คะแนนมาเป็นอันดับสอง รองจากผู้ว่าฯ รัฐมิชิแกนคนปัจจุบันเท่านั้น!!!
การลงแข่งขันในการเข้าไปเป็นตัวแทนของพรรค เพื่อเข้าไปแข่งขันต่อไปในตำแหน่งวุฒิสมาชิกที่ว่างลง กลับปรากฏให้เห็นว่า คุณหมออับดุลสร้างความฮือฮาทั่วสหรัฐฯ เนื่องจากเขาสามารถเอาชนะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่สมัย ที่มีเม็ดเงินเหนือกว่าเขาหลายเท่าตัว แถมคู่แข่งของเขายังได้รับแรงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาอีกด้วย
ส่วน “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งอาจจะเล็งเห็นว่าต่อไปในภายภาคหน้า คุณหมออับดุลผู้นี้อาจจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว จึงได้ออกมากล่าวโจมตีคุณหมออับดุล อาทิเช่น กล่าวหาว่าคุณหมออับดุลเป็นคอมมิวนิสต์ แถมยังเขียนข้อความโพสต์ลงใน “Truth Social” ของเขาว่า “ชัยชนะของอับดุล เอล-ซาเยด นับเป็นข่าวดีสำหรับพรรครีพับลิกัน” และเขายังกล่าวต่อไปอีกว่า คุณหมออับดุลผู้นี้ก็คือ “คนแห่งความเกลียดชัง”
แต่ทว่าคุณหมออับดุลก็มิได้นิ่งเฉย เพราะเขาได้ออกมาตอบโต้ในแทบจะทันที เมื่อตอนที่เขาให้สัมภาษณ์กับ “สถานีโทรทัศน์ช่องซีเอ็นเอ็น” เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 นี้ในทำนองที่ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนที่ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้” โดยคุณหมออับดุลยังได้กล่าวเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์หันไปมุ่งเน้นด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ขณะนี้กำลังร่วงดิ่งลงสุด ๆ อีกทั้งคุณหมออับดุลยังได้ประกาศท้าทายต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเสนอให้มีการโต้วาทีกันแบบตัวต่อตัว ที่ไหน และเวลาใดก็ได้ไม่เกี่ยง
อันที่จริงแล้วที่ผ่าน ๆ มา ประธานาธิบดีทรัมป์ก็เคยกล่าวโจมตีวิพากษ์วิจารณ์ต่อนายกเทศมนตรีโซห์ราน มัมดานี แห่งนครนิวยอร์ก มาก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกันว่า “เป็นคอมมิวนิสต์ และยังเป็นนักการเมืองที่ไม่มีความเฉลียวฉลาด” แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับปรากฏว่า เขาเปลี่ยนท่าทียกโทรศัพท์เชื้อเชิญให้นายกเทศมนตรีมัมดานี เข้าไปหาในทำเนียบขาว แถมยังกล่าวชื่นชมว่า “เป็นคนดี” ราวกับว่าที่ผ่าน ๆ มาเขาไม่เคยกล่าวนินทาว่าร้ายต่อนายกเทศมนตรีผู้นี้มาก่อนเลย!!!
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคุณหมออับดุลเคยเป็นศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ทำให้มหาวิทยาลัยมิชิแกนออกมาเปิดเผยด้วยความภาคภูมิใจว่า “ขณะที่คุณหมออับดุลเป็นนักศึกษา คุณหมออับดุลคือนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นที่สุดของรุ่น ที่จบทางด้านชีววิทยาและรัฐศาสตร์” และเนื่องจากเขาคือนักศึกษาเรียนดีเด่นที่สุดของรุ่น เขาจึงได้รับเลือกให้เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสำเร็จการศึกษาเมื่อปี ค.ศ. 2007 โดยวิทยากรหลักในวันนั้นก็คือ “บิล คลินตัน” ศิษย์ผู้พี่ที่ได้รับทุนโรดส์ในปี 1968 ด้วยเช่นกัน
ส่วนความสำเร็จของ ดร.อับดุล ที่ได้รับชัยชนะในตำแหน่งในฐานะเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต เพื่อเข้าไปลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งวุฒิสมาชิกนั้น เขาได้ให้สัมภาษณ์กับ “หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์” เอาไว้อย่างน่าสนใจมาก ๆ อาทิเช่น เขามีความกระตือรือร้นที่จะทำความเข้าใจกับชาวยิวทั่วรัฐมิชิแกนเกี่ยวกับ การที่เขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่ออิสราเอล โดยขณะนี้คุณหมออับดุลได้เริ่มออกไปพบปะกับชาวยิวบ้างแล้ว แต่ปรากฏว่า ชาวยิวบางคนยังไม่ยอมทำใจรับฟัง
และยังเป็นที่น่าชื่นชมต่อคุณหมออับดุล ที่เขาได้ทำการติดต่อเพื่อต้องการจะเข้าไปพบปะพูดคุยกับวุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์ ผู้นำของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา แบบที่เขาต้องการแสดงให้เห็นว่า เขาไม่มีความขุ่นข้องหมองใจต่อคนที่ไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนตัวเขานั่นเอง!!!
หลังจากที่ชนะการเลือกตั้งการเป็นตัวแทนของพรรคแล้ว คุณหมออับดุลก็ยังได้พูดคุยกับ “อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา”, “อดีตรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส” และ “ผู้ว่าฯ วิตเมอร์” โดยหลังจากที่ได้พูดคุยกัน ผู้ว่าฯ ท่านนี้ก็ได้ออกมาประกาศสนับสนุนเขา
ส่วนการชูธงในเรื่องนโยบายของการหาเสียงนั้น คุณหมออับดุลประกาศว่า ไม่ต้องการเม็ดเงินจากนายทุน นับว่าเป็นแนวทางแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นและไม่เคยปฏิบัติกันในแวดวงการเมืองของสหรัฐฯ เนื่องจากเม็ดเงินเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดที่จะต้องใช้หาเสียงในอีกสามเดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า กลุ่มนายทุนของฝ่ายตรงข้ามของคุณหมออับดุล คงพร้อมที่จะทุ่มเงินจำนวนมหาศาล เพื่อดิสเครดิตต่อคุณหมออับดุลในทุก ๆ ด้าน ซึ่งถือเป็นแนวทางปฏิบัติของการเมืองสหรัฐฯ (ผมว่าคงจะเหมือนกันทุก ๆ ประเทศ) และคงจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ที่การหาเสียงในครั้งนี้จะกลายเป็นการหาเสียงที่ใช้เม็ดเงินโปรยหว่านมากที่สุด และคงจะเป็นการแข่งขันที่มีความเข้มข้นมากที่สุดอีกด้วย
กล่าวโดยสรุป ทั้งนี้และทั้งนั้น ขณะนี้ดูเหมือนว่า “นายแพทย์อับดุล เอล-ซาเยด” กำลังมองหาช่องทางที่จะเข้าไปผนึกความสามัคคีภายในพรรคเดโมแครตที่ตนสังกัดอยู่ และเป็นที่คาดกันว่า เขาคงจะเชิญให้ “ประธานาธิบดีบารัก โอบามา” และ “อดีตรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส” รวมถึง “ผู้ว่าฯ เกร็ตเชน วิทเมอร์” แห่งรัฐมิชิแกน เข้าไปร่วมรณรงค์หาเสียงด้วย
และค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า คุณหมออับดุลเตรียมความพร้อมในการหาเสียงและในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ประดังเข้ามา และหากเขาได้รับความช่วยเหลือในการหาเสียงจากพรรคเดโมแครตอย่างเต็มที่แล้วละก็ โอกาสที่จะได้รับตำแหน่งวุฒิสมาชิกก็คงไม่ไกลจนเกินที่จะเอามือไปเอื้อมคว้าเอาไว้ได้ละครับ








