เมื่อคิดที่จะเข้ามาสู่สังเวียนการเมืองแล้ว อะไรที่ยังไม่เคยเจอ ก็ต้องเจอ อะไรที่เคยเป็นเรื่อง “ส่วนตัว” ย่อมกลายเป็นเรื่อง “สาธารณะ” ทันที ยิ่งเมื่อ “ไชยชนก ชิดชอบ” แบกเอาความเป็น “ชิดชอบ” ติดตัวมา รวมทั้งยังแบกเอา “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะเลขาธิการพรรค ยิ่งต้องถูกตรวจสอบ และโดนพิสูจน์ เมื่อก้าวเข้ามาเป็นถึง “รัฐมนตรีป้ายแดง”
ไชยชนก ในวัย 35 ปี ด้วยสถานะลูกชายคนโตของ “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่บุรีรัมย์ ผู้นำตัวจริงของพรรคภูมิใจไทย อาจไม่คาดคิดว่า แม้เส้นทางนี้ มีผู้เป็นพ่อ “ถางทาง” เอาไว้ให้แล้ว แต่เมื่อในความเป็นจริง ในสังเวียนนี้ไม่มี สแตนด์อิน เมื่ออยู่กลางสภาฯ ต้องตอบคำถามเอง เมื่อสังคมตรวจสอบต้องรับมือเอง
ยิ่งเมื่อเข้ามาเป็นรัฐมนตรี และกำลังผลักดันโครงการกว่าพันล้านบาท อย่าง TH-AI Passport ไชยชนก ต้องทำให้ทั้งสภาฯและสังคม “มั่นใจ” ได้อย่างชัดเจนว่าการบริหารโครงการภายใต้เม็ดเงินมูลค่า 1 พันล้านบาทจะต้องโปร่งใส คุ้มค่า ไม่มีการฮั้ว ให้กับเครือข่าย
แต่เมื่อการตอบคำถามในที่ประชุมสภาฯที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า ไชยชนก จะทำคะแนน “ติดลบ” ยิ่งมาเจอกับ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย และผู้ก่อตั้ง TARAD.com CEO & Founder ของ Pay Solutions และ Creden.co นักลงทุนและวิทยากรด้านดิจิทัล ไล่ซักกลางสภาฯ ว่าโครงการนี้เต็มไปด้วย “ความบังเอิญ” ส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการที่มีมูลค่าสูงที่สุด แต่กลับอนุมัติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ใช้เวลาเพียง “34 วัน” ทั้งที่ปกติใช้เวลา 3-6 เดือน
อย่างไรก็ดี การตรวจสอบโครงการ โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ยังไม่ได้จบแค่ในห้องประชุมสภาฯ เพราะ “ฝ่ายค้าน” ทั้งพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ยัง “กัดติด” ไม่เลิกรา มิหนำซ้ำยังมีแนวโน้มว่า โครงการอภิมหาโปรเจก นี้อาจจะต้องถอยหรือไม่
จะว่าไปแล้วสิ่งที่ไชยชนก กำลังเผชิญเวลานี้ ก็ดูจะไม่แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร เคยโดนตรวจสอบมาแล้ว ตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จนมาถึงนายกฯ เมื่อพยายามผลักดัน ซอฟต์พาวเวอร์ ใช้เม็ดเงินมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท
แน่นอนว่าแพทองธาร ถูกตรวจสอบอย่างหนัก ทั้งจากฝ่ายค้านและสาธารณะ ถึงความคุ้มค่า ลากยาวตั้งแต่ปี 2567 มาถึง 2568 เพียงแต่เวลานั้น แพทองธาร ลูกสาว “ทักษิณ ชินวัตร” เจ้าของพรรคเพื่อไทย มีองครักษ์ที่ออกมาปราการให้เธออยู่บ้าง
แต่สำหรับไชยชนก เวลานี้ แทบไม่มีคนในพรรคภูมิใจไทย ออกมาพูดหรือชี้แจงแทน แม้แต่ “รัฐมนตรี” ในกลุ่มลูกเทพ ที่ได้โควตาเข้ามาเป็นรัฐมนตรีสมัยแรก นั่นเป็นเพราะพวกเขาเองยังต้อง “ประคองตัว” ให้ตลอดรอดฝั่งเช่นกัน แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐมนตรีป้ายแดงบางราย ไม่มีผลงานโดดเด่นทั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่
อย่างไรก็ดี วันนี้ รัฐบาล “อนุทิน 2” บริหารประเทศไปแล้ว เพียง 2 เดือนเศษ หากนับจากวันที่มีครม.ชุดใหม่ ปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เท่ากับว่า ไชยชนก รัฐมนตรีป้ายแดง ยังอยู่ในช่วง “โปรงาน” แต่กำลังเจอกับ “บททดสอบ” สำคัญ และดูเหมือนว่าเขาเองไม่สามารถทำแต้มต่อสะสมคะแนน เพื่อที่จะ “ผ่านโปร” ได้เสียด้วยซ้ำ
ปัญหาของไชยชนก ที่เริ่มจากการถูกตรวจสอบการบริหารโครงการ TH-AI Passport กลับกลายเป็น “ชนวน” ที่นำไปสู่การถูกตรวจสอบ “คุณสมบัติ” ของการเป็นรัฐมนตรีตามมาเข้าอย่างจัง !!








