นายอำเภอแม่สะเรียง ปลอบขวัญราษฎรไทยท่าตาฝั่ง
นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย พัฒนาการ ฯ พราน เทศบาลตำบลแม่ยวม ตำรวจภูธรท่าตาฝั่งและชุดปจว.กกล.นเรศวร เข้าเยี่ยมปลอบขวัญราษฎรไทยบ้านท่าตาฝั่ง ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามยิง ค.และปืนกล เข้าใส่หมู่บ้านเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 เวลา 08.30 น. นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง พร้อมด้วยนางวิลาวัณย์ คัดเชียงแสน นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียงพร้อมด้วยคณะ พัฒนาการอำเภอแม่สะเรียง กองร้อยทหารพรานที่ 3604 เทศบาลตำบลแม่ยวม รพ.สต.บ้านห้วยสิงห์ ต.แม่ยวม ชุดรวบรวมและวิเคราะห์งานด้าน ปจว.กองกำลังนเรศวร สถานีตำรวจภูธรท่าตาฝั่ง อุทยานแห่งชาติสาละวิน พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านท่าตาฝั่ง ฯลฯ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมปลอบขวัญและให้กำลังใจ ให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพม่า จากนั้นได้มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของเครื่องใช้ ยารักษาโรคแก่ราษฎรไทยบ้านท่าตาฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนของฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ณ พื้นที่ปลอดภัยห้วยกองกาด บ้านท่าตาฝั่ง ม.7 ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
ทางด้านราษฎรบ้านท่าตาฝั่ง ระบุว่า กระสุนปืน ค.ได้ตกเข้าใส่ไร่ข้าวของราษฎร เคราะห์ดี ที่ในช่วงนั้น เจ้าของไร่ยังเดินทางไปไม่ถึง หากอยู่ในไร่คงมีการสูญเสียอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในหมู่บ้านท่าตาฝั่ง มีความเชื่อว่า กระสุนปืน ค.ดังกล่าว น่าจะเป็นของทหารพม่า เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมีการยิง ค.ทหารพม่าได้เจรจากับทหารไทยแล้ว ว่าจะทำการยิงโจมตีหมู่บ้าน ท่าตาฝั่ง และหลังจากนั้นไม่นานก็มีการยิง ค.เข้ามาในไทย อีกประการหนึ่ง ในเขตพม่าวันนั้น ไม่ได้มีการปะทะกันระหว่างทหารพม่ากับ ทหารกะเหรี่ยง เคเอ็นยู เพียงแต่ทหารกะเหรี่ยง ฯ ได้ยิงปืนสไนเปอร์ใส่ทหารพม่า เพียง 1 นัด จากนั้นทหารพม่า ฐานด๊ากวิน ได้ทำการยิง ค.รอบทิศ ทันที่และยิงมากกว่าทุกครั้ง ทั้งนี้ การยิงปืน ค. ไม่ใช่ว่าจะยิงไปโดยสะเปะสะปะ ก่อนยิงต้องมีการตั้งมุมและทิศไว้เรียบร้อยแล้วถึงจะยิงออกไป เพื่อหวังผล