ผู้อพยพภัยสงครามชาวเมียนมา 177 รายรอวันกลับบ้านบริเวณบ้านหาดตุ่น ระนอง

ข่าวทั่วไทย26 ก.พ. 2566 • 05:03 น.โดย กฤษดา  เอกวานิช  
ผู้อพยพภัยสงครามชาวเมียนมา 177 รายรอวันกลับบ้านบริเวณบ้านหาดตุ่น ระนอง

จากสถานการณ์ชายแดนจังหวัดระนอง บริเวณอำเภอกระบุรี หลังจากเกิดการสู้รบกันระหว่างทหารเมียนมาและกองกำลังร่วมผสมฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร บริเวณตอนเหนือของจังหวัดเกาะสอง  ล่าสุดทหารเมียนมาสามารถยึดคืนหมู่บ้านหวายแดงได้แล้ว   แต่ผู้อพยพชาวเมียนมาหนีภัยการสู้รบ ยังพักอาศัยในค่ายผู้หลบภัยสงคราม เพราะยังมีเสียงปืน และระเบิดปืนค.กันเป็นระยะ  

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566  ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กับ กลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยง กอทูเล (KTLA) และ กลุ่มกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ที่เข้ายึดหมู่บ้านหวายแดง หรือบ้านเอเมี่ยวตายา ต.หมาราง กิ่งอ.เขม่าจี จ.เกาะสอง  ประเทศเมียนมา  ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ ช่องเจ้าจอก บ้านหาดตุ่น หมู่ที่ 8 ตำบลปากจั่น  อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง  ตั้งแต่วันอังคารที่  21 ก.พ.66  และมีประชาชนชาวเมียนมานับร้อยหนีภัยการสู้รบเข้ามาอาศัยยังฝั่งไทย      

ล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมา  ทหารเมียนมาจากฐานปฏิบัติการน้ำทุ่น  ได้เข้ายึดหมู่บ้านหวายแดงคืนกลับมาอยู่ในการครอบครองเรียบร้อยแล้ว  โดยกองกำลังทหารกะเหรี่ยง ได้ถอยร่นเข้าแฝงตัวในชายป่าโดยรอบหมู่บ้านและยังมีการยิงเข้าใส่หมู่บ้านที่ทหารเมียนมาควบคุมสลับกันเป็นระยะจากระยะไกล โดยการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา   ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด     

โดยประชาชนชาวเมียนมา จาก 2   หมู่บ้าน  คือบ้านปากกระ   และบ้านหวายแดง  ที่อพยพเข้ามาอยู่ภายในค่ายควบคุมผู้หนีภัยสงคราม  ในพื้นที่ปลอดภัย ที่ทางการไทยได้จัดเตรียมรองรับไว้ให้   รวมยอดผู้อพยพ ล่าสุด  177  คน   จังหวัดระนอง โดยเหล่ากาชาดจังหวัด  พี่น้องชาวระนอง และกลุ่มเพื่อนแรงงานชาวเมียนมา  ต่างนำข้าวสาร เครื่องอุปโภคบริโภค เช่นบะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ขนม และน้ำดื่ม  มาบริจาคกันต่อเนื่อง ไม่เป็นที่ขัดสน หรืออดอยากของชาวค่ายผู้อพยพชาวเมียนมาแต่อย่างใด  ได้รับการดูแลความปลอดภัยจากทหารกองกำลังเทพสตรี และฝ่ายปกครองอำเภอกระบุรี   

ซึ่งมีทั้งเด็กเล็ก สตรี ผู้สูงอายุ และพระสงฆ์ 3 รูป  ที่มาอยู่รวมกันภายในค่ายลี้ภัยสงครามชั่วคราว   เต็นท์เพิงพัก ถูกนำมาติดตั้ง  และกระจายอยู่ในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันริมชายแดน   ในแนวเขตปลอดภัยของฝั่งไทย บ้านหาดตุ่น ม.8 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง  การสู้รบระหว่างกองกำลังผสมที่ต่อต้านรัฐบาลเมียนมา กับกำลังฝ่ายทหารเมียนมา เพื่อยึดหมู่บ้านหวายแดง ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามแม่น้ำกระบุรีของไทย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เบื้องต้นทางการไทยได้ให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาที่หนีภัยการสู้รบข้ามมายังฝั่งไทย

ทั้งนี้ผู้มีจิตศรัทธาได้นำข้าวกล่อง หรือหมี่ผัด ช่วยดูแลพี่น้องชาวเมียนมา เกือบทุกมื้อไม่ขาดสาย   ทุกคนได้รับประทานกันอย่างเต็มอิ่ม ไม่มีท่าทีหวาดกลัวจากภัยสงคราม ที่มีการต่อสู้กันระหว่างสองฝ่ายที่ขัดแย้งกัน  และไม่มีฝ่ายไหนที่จะทำร้ายประชาชนของตนเอง  

ในส่วนของพระสงฆ์   ที่พักอาศัยในเพิงพักชั่วคราว ในละแวกเดียวกัน ได้กล่าวว่า การใช้ชีวิตในค่ายผู้อพยพ ไม่ได้ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด  ได้รับการดูแลอย่างดีจากทางการไทย  รู้สึกสบายใจและผ่อนคลายเหมือนกับข้ามมาเยี่ยมเยียนพี่น้องยังฝั่งไทย   ก็คาดหวังให้สันติภาพกลับมาไวๆ  ทุกคนได้กลับไปใช้ชีวิตกันตามปกติ  

ด้าน พันเอก สุรศักดิ์  พึ่งแย้ม  รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี   ได้กล่าวว่าในส่วนของค่ายผู้อพยพชั่วคราว ก็ได้รับความอนุเคราะห์และช่วยกันจากทุกภาคส่วน  และได้รับการสนับสนุนจากผู้ใจบุญ  ทั้งอาหารสำเร็จรูปและเครื่องอุปโภคบริโภค ทั้งอาหารแห้งและอาหารสด  ในส่วนของผู้บริจาคที่จะเดินทางเข้ามามอบอาหาร  เมื่อเดินทางมาถึงจุดตรวจบ้านน้ำทุ่น ตชด.4105 ก็ให้ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่  เพื่อที่จะนำเข้ามามอบที่ค่ายอพยพอีกครั้งหนึ่ง  โดยชาวบ้านกลุ่มผู้อพยพกลุ่มนี้ทุกคนมีบ้านมีสวน มีที่ทำกินในฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านเรา  หากสถานการณ์ดีขึ้นเค้าพร้อมที่เดินทางกลับทันที  พร้อมขอความร่วมมือ ประชาชนไทยที่อยู่ตามริมแม่น้ำกระบุรี ตั้งแต่บริเวณบ้านน้ำทุ่นถึงบ้านเจ้าจอก ให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้การสู้รบเพื่อความปลอดภัยในระยะนี้