รองผู้ว่าฯยโสธรเปิดการสัมมนาการก่อสร้างทางรถไฟกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาคอีสานตอนกลาง

ข่าวทั่วไทย22 ธ.ค. 2564 • 10:50 น.
รองผู้ว่าฯยโสธรเปิดการสัมมนาการก่อสร้างทางรถไฟกับการพัฒนาเศรษฐกิจ  ภาคอีสานตอนกลาง
เมื่อวันที่ 21ธันวาคม 2564 ที่หอประชุมโรงเรียนเลิงนกทา อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร นายชัยวัฒน์ แสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง การก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ - มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-มุกดาหาร-นครพนม กับการพัฒนาเศรษฐกิจภาคของอีสานตอนกลาง ที่คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎรได้จัดขึ้น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่เกี่ยวข้องจังหวัดยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ พร้อมทั้งนายอำเภอ ส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้านจากอำเภอเลิงนกทา ไทยเจริญ กุดชุม และจากอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้จำนวน 450 คน เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะสภาพปัญหาในพื้นที่ นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดยโสธร กรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ กล่าวว่า การก่อสร้างทางรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่ - มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-มุกดาหาร-นครพนม ระจะทาง 354 กิโลเมตร จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคม สามารถรองรับการขนส่งสินค้า ขนส่งผู้โดยสาร ลดระยะการเดินทาง ประหยัดเชื้อเพลิง ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค ด้านการก่อสร้างทางรถไฟสายดังกล่าว จะใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 การรถไฟแห่งประเทศไทยทำการสำรวจพื้นที่ พร้อมทำการเวนคืนที่ดินตามแนวเส้นทางในพื้นที่อำเภอเลิงนกทา ได้แก่พื้นที่ตำบลห้องแซง สามัคคี กุดเชียงหมี กุดแห่ รวม 390 แปลง เนื้อที่ 1,300 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง 17 หลัง ไม้ยืนต้น 330 แปลง โดยจะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 คาดจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานในปี 2571 ใช้งบประมาณ ค่าก่อสร้างตลอดเส้นทาง จำนวน 55,462.ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน จำนวน10,080.ล้านบาท รวม 66,848.ล้านบาท เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้โดยสารตลอดเส้นทาง ในปี 2569 จำนวน 3.8 ล้านคนปริมาณสินค้า 7 แสนตันต่อปี และในปี 2599 จำนวนผู้โดยสาร 8.3 ล้านคน ปริมาณสินค้า 1 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะสร้างอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ นอกจากนี้ ยังจะมีการก่อสร้างถนนในพื้นที่จังหวัดยโสธร ให้สามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟ เพื่อลดระยะทาง สร้างความสะดวก ความรวดเร็วในการเดินทาง การขนส่งสินค้า ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อีกด้วย