พ่อ-แม่น้ำตาซึมรับลูกหลังฟื้นฟูจิตใจจากสังคมยาเสพติดเริ่มต้นชีวิตใหม่จำนวน 170 ราย

ข่าวทั่วไทย18 ม.ค. 2568 • 09:33 น.
พ่อ-แม่น้ำตาซึมรับลูกหลังฟื้นฟูจิตใจจากสังคมยาเสพติดเริ่มต้นชีวิตใหม่จำนวน 170 ราย

วันที่ 18 ม.ค.68 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาธิการในสภาผู้แทนราษฎรไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จังหวัดบุรีรัมย์ สังกัดพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานปิดการฝึกอบรมสร้างความเข็มแข็งด้วยจิตใจ และฝึกทักษะวิชาชีพให้กับผู้เสพยาเสพติด ตามโครงการ “รวมพลังรักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ของศูนย์รักศรัทธาต้านยาเสพติด วัดจันทราวาส รุ่นที่ 5

ซึ่งมูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ร่วมกับส่วนราชการทุกภาคส่วนในอำเภอลำปลายมาศ หน่วยงานสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนร่วมกันจัดขึ้น ที่วัดจันทราวาส ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดยมีผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ 5 ตำบล คือ ต.บุโพธิ์ , ต.โคกล่าม , ต.ตลาดโพธิ์ , ต.หนองบัวโคก และ ต. แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ จำนวน 170 คน เข้ารับการฝึกอบรม

โดยมีการนำผู้เสพยเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติด โดยให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน และสมัครใจเข้าฝึกอบรม ที่ศูนย์รักศรัทธาต้านยาเสพติด วัดจันทราวาส เป็นระยะเวลา 7 วัน 7 คืน ซึ่งจะใช้การอบรมธรรมะ รักษาศีล 5 สร้างความมั่นคงด้านจิตใจไม่ให้ผู้เสพหวนกลับไปใช้ยาเสพติด พร้อมฝึกทักษะวิชาชีพ ให้จำนวน 7 อาชีพ เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้โดยสุจริต พร้อมให้โรงพยาบาลลำปลายมาศ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนมาให้ความรู้และแนะนำในการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันเพื่อให้ผู้เสพสามารถเลิกใช้สารเสพติดได้ อีกทั้งยังให้ความรู้ข้อกฎหมายและโทษภัยยาเสพติด 

ซึ่งได้มีการเชิญพ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้มารับบุตรหลานที่สมัครใจเข้าฝึกอบรม ที่ศูนย์รักศรัทธาต้านยาเสพติด วัดจันทราวาส ซึ่งมีกิจกรรมพิธีทางศาสนา พระสงฆ์บรรยายธรรม ให้รู้ถึงพระคุณพ่อแม่ จากนั้นเป็นพิธีสู่ขวัญ ให้ลูกกราบพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผูกข้อมือรับขวัญ เพื่อได้ลูกกลับไปเป็นคนดีของสังคม เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดี ไม่หวนกลับไปเสพยาเสพติดอีก ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และลูกถึงกับกอดกันร้องไห้ กลั้นน้ำตา ไม่อยู่ ด้วยความตื้นตันใจ เป็นภาพที่ประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีครั้งนี้

นายโสภณ กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นใน อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ที่มีแม่รายหนึ่งร้องเรียนว่า ถูกบุตรชายเมายาบ้าอาละวาด จนทำให้ตนเองต้องหลบหนีไปอยู่บ้านญาติใน อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น นั้นกรณีดังกล่าวหลายฝ่ายอาจจะมองว่า ทำไมมีโครงการนำผู้เสพยเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติด ในพื้นที่ถึงยังมีผู้เสพยาเสพติดอยู่อีก ซึ่งในกรณีนี้ชายคนดังกล่าว คือผู้ติดยาเสพติดและเสพยาเสพติดเรื้อรังมานาน เจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมไปแล้ว 3-4 ครั้ง และก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังเกิดเหตุก็รีบดำเนินการติดตามจับกุมตัวได้ภายใน 1 วัน และส่งดำเนินคดีส่งฟ้องศาล เห็นศาลปรับ 2,000 บาท และจำคุกหรือสั่งบำบัด 2 ปี ในกรณีที่ผู้ป่วยเรื้อรัง

เมื่อถามว่า อาจจะมีคนมองว่า พวกที่เข้ารับการบำบัดเมื่อกลับออกไปแล้วก็ยังคงมีการเสพยาเสพติดอยู่เหมือนเดิม นายโสภณ กล่าวว่ามีคนมองว่ากลับไปก็เสพอีก เราก็ได้มีการติดตามดูอยู่แล้ว และอีกเรื่องหนึ่งก็คือความสนใจของผู้ปกครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะเมื่อบุตรหลานกลับจากการเข้าอบรมบำบัดฟื้นฟูมาอยู่บ้านแล้ว ผู้ปกครองจะต้องช่วยสังเกตดูว่า บุตรหลานของตนได้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ซึ่งในส่วนของผู้นำชุมชนเขาก็เฝ้าระวังดูแลอยู่แล้ว แต่ว่าปัญหาอยู่ที่ผู้ปกครองและบุคคลในครอบครัว 

ดังนั้น จึงได้คิดเพิ่มในโครงการคราวหน้า ว่าก่อนที่จะปิดศูนย์การอบรมบำบัดฟื้นฟูในแต่ละครั้ง  ที่จะส่งผู้เข้ารับการบำบัดกลับคืนสู่บ้าน เราจะนำเอาผู้ปกครองมาร่วมอบรม 1 วัน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ทางโครงการฯจะดำเนินการในครั้งต่อไป ว่าผู้ปกครองเป็นส่วนสำคัญของการดูแลรายงานพฤติกรรมของบุตรหลาน หรือบุคคลที่อยู่ในความดูแลว่ามีพฤติกรรมเสี่ยง หรือเข้าข่ายไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกหรือไม่ เพื่อจะได้ช่วยกันป้องกันไม่ให้บุตรหลานกลับไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ต้องบอกไปยังผู้ปกครองเลยว่า เวลาที่รู้ว่าลูกของตนเองเสพยาเสพติด หรือเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดให้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกระบวนขั้นตอน ไม่ใช่ว่ารู้ว่าลูกเสพยา แต่ไม่ว่าไม่มาแจ้งอะไรช่วยปกปิดกันไว้ แต่พอมันเมาอาละวาดทำร้ายร่างกาย กลับมาเอะอะโวยวายว่าเจ้าหน้าที่เขาไม่ทำอะไรกัน