ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ตรวจพื้นที่สร้างสัญญาณโทรศัพท์ โซล่าเซลล์เพื่อราษฎรในถิ่นทุรกันดาร

ข่าวทั่วไทย21 ม.ค. 2565 • 02:42 น.โดย สิทธิเณศ เห้งทับ
ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ตรวจพื้นที่สร้างสัญญาณโทรศัพท์  โซล่าเซลล์เพื่อราษฎรในถิ่นทุรกันดาร
ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีเดินทางข้ามจังหวัดเยี่ยมเยียนราษฎรในท้องที่ห่างไกลทุรกันดาร ขณะที่ประชาชนปลื้มของขวัญปีใหม่ สัญญาณโทรศัพท์ และ ไฟฟ้าโซล่าเซลล์ สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนในชุมชนหลังรอคอยมานานกว่า 30 ปี ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค.65 นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาครัฐ เอกชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนราษฎรชุมชนบ้านเขายา หมู่ที่ 3 ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดาร อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านตาขุนระยะทางประมาณ 136 กิโลเมตร การเดินทางต้องอ้อมผ่านพื้นที่อำเภอต่างๆ หลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอพนม จ.สุราษฎร์ธานี อำเภอกระปง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เส้นทางต้องผ่านหุบเหว เขาสูงชัน และทางคดเคี้ยว ใช้เวลาเดินทางจากที่ว่าการอำเภอบ้านตาขุน ประมาณ 2.30 ชั่วโมง และหากเดินทางจากตัวจังหวัดใช้เวลาประมาณ 3.30 ชั่วโมง เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นก่อนที่จะมีการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา ต่อมาเมื่อมีการกักเก็บน้ำในอ่างทำให้ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หากนั่งเรือต้องใช้เวลาประมาณ 45 นาที และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมง ในการนี้ นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหัวหน้าส่วนราชการ ได้พบปะราษฎรเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ และรับฟังสภาพปัญหาความความต้องการ ซึ่งพบว่าปัจจุบันชุมชนบ้านเขายา มีราษฎรตามทะเบียนราษฎร์ จำนวน 46 ครัวเรือน รวม 150 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม สวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ บ้านเรือนราษฎรไม่มีไฟฟ้าใช้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่สามารถติดตั้งหรือขยายเสาไฟไปถึงได้ เนื่องจากต้องผ่านเขตอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ในเบื้องต้นจะมีการช่วยเหลือด้วยการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ทุกครัวเรือน และจะมีการทำระบบประปาภูเขาในอนาคตอีกด้วย จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และคณะ ได้เดินทางด้วยเท้าขึ้นเขาระยะทางประมาณ 500 เมตร ไปชมพื้นที่บริเวณก่อสร้างเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นสำคัญให้กับราษฎรในชุมชนดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้การติดต่อกับโลกภายนอกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เด็กนักเรียนที่เรียนออนไลน์ ต้องเดินทางไปหาจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งอยู่ห่างไกลด้วยความยากลำบาก รวมทั้งไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนนอกพื้นที่ได้ โดยการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าว เป็นการประสานความร่วมมือกันระหว่างส่วนราชการภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคเอกชน สร้างความดีใจ สร้างรอยยิ้ม และความสุขให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้ติดต่อกับโลกภายนอก และเด็กๆ ก็จะมีสื่ออินเตอร์เน็ตใช้ในการเล่าเรียนและค้นคว้าหาความรู้ต่อไป ทางด้านนายสุรกิจ ไหมแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านขายา กล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่มีวันนี้ไม่คาดคิดว่าในพื้นที่จะมีโอกาสได้ใช้โทรศัพท์มือถือ และมีไฟฟ้าใช้ ซึ่งโซล่าเซลล์ที่ท่านผู้ว่าฯ จัดทำโครงการมาให้นั้น ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้ากันทุกหลังคาเรือน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ประชาชนในพื้นที่รอคอยมากกว่า 30 ปีโดยก่อนหน้านี้ยอมรับว่าตนเองและชาวบ้านที่นี่มีความยากลำบากมาก เนื่องจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกได้ ซึ่งที่ผ่านมาเวลาชาวบ้านเจ็บป่วยหรือมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ไม่สามารถแจ้งให้หน่วยงานได้รับรู้ได้ทันทีเนื่องจากต้องเดินทางไกลใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงกว่าจะไปถึงตัวเมืองที่อำเภอบ้านตาขุนและการที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ ประสานให้บริษัท เอไอเอส มาติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ทำให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องภายนอกมากขึ้นและที่สำคัญคือเยาวชนในพื้นที่ ที่เรียนหนังสือก็สามารถเรียนออนไลน์ได้โดยหลังจากที่มีการติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์ระบบเอไอเอสตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ชาวบ้านก็ไม่ต้องเดือดร้อนเดินทาง พาบุตรหลานไปเรียนหนังสือออนไลน์ที่หมู่บ้านอื่นซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงจะไปถึงจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์ในหน้าฝนมีความยากลำบากมากจึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ ตนเองและชาวบ้านในพื้นที่จะใช้สัญญาณโทรศัพท์เพื่อการสื่อสาร เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อครอบครัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาบุตรเรื่องการขายทางออนไลน์เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรเมื่อผลผลิตออกมาก็สามารถที่จะขายทางสื่อออนไลน์ได้