"บิ๊กโจ๊ก" ลุยตรวจเรือประมงสมุทรสาคร ลักลอบใช้อวนผิดประเภท

ข่าวทั่วไทย17 ส.ค. 2565 • 16:42 น.โดย ต้นรัก
"บิ๊กโจ๊ก" ลุยตรวจเรือประมงสมุทรสาคร ลักลอบใช้อวนผิดประเภท

เมื่อเวลา16.00 น. วันที่ 17 ส.ค.65 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ควบคุม เฝ้าระวังการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายฯ พร้อมด้วย คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย ( IUU Fishing) และการบังคับใช้แรงงานในภาคการประมง ตามคำสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรือประมงในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ลักลอบให้อวนผิดประเภท ซึ่งตอนนี้ได้ทำการควบคุมเรือประมงที่ใช้อวนลากทำการประมงผิดประเภทไว้แล้วจำนวน 6-7 ลำ  และยังมีที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่เบื้องต้นในส่วนของเรือที่สำรวจแล้วพบว่ามีการใช้อวนผิดประเภทนั้นมีอยู่ 131 ลำ คิดเป็นราวๆ 1.31 เปอร์เซ็นต์ของเรือประมงไทยที่ยังคงมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 10,000 ลำ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า จากกรณีที่ประเทศไทยได้ถูกจัดอันดับการรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2565 หรือ TIP Report (Trafficking in Persons Report 2022) โดยยกระดับประเทศไทยจาก “เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง : กลุ่มสีเหลือง” (Tier 2 Watch List)  เป็น “เทียร์ 2” (Tier 2 : กลุ่มสีเขียว)  ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ทำให้ประเทศไทยมีพัฒนาการที่ดี และขยับระดับที่ดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา ในการนี้นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ยังคงต้องดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) อย่างเร่งด่วนต่อไป เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการทำประมงไทยไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน และรักษาทรัพยากรทางทะเลให้คงไว้อย่างยาวนาน ประกอบกับ สืบเนื่องจากคณะทำงานติดตามสถานการณ์ควบคุม เฝ้าระวังการทำประมง และแรงงานในภาคประมงฯ ได้ออกปฏิบัติการ “Air Land Sea” เป็นปฏิบัติการในการตรวจสอบการทำประมงโดยผิดกฎหมายของเรือประมง เพราะที่ผ่านมาเคยมีการตรวจพบเรือประมงที่มีการดัดแปลงอวนลาก ทำให้ตาอวนมีขนาดเล็กลง เพื่อให้สามารถดักจับปลาขนาดเล็กได้ ซึ่งการใช้อวนขนาดดังกล่าว ผิดเงื่อนไขจากที่ได้รับอนุญาต และเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย  โดยได้มีการออกตรวจสอบเรือประมงอวนลากคู่ที่ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบเรือที่ใช้อวนมีลักษณะผิดไปจากเงื่อนไขในใบอนุญาต จึงได้สั่งการให้คณะทำงานฯ ลงพื้นที่ตรวจแบบปูพรหมทั่วประเทศ โดยพบที่ จ.สมุทรสาคร จำนวน 4 ลำ และที่ จ.ชลบุรี อีกจำนวน 4 ลำ  ซึ่งเรือประมงทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีฐาน ดัดแปลงเครื่องมือประมงให้ผิดไปจากลักษณะของเครื่องมือที่ระบุไว้ในใบอนุญาตตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 42 และ มาตรา 132 มีโทษปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท ขึ้นอยู่กับขนาดเรือ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในประเทศไทย ยังคงมีการตรวจสอบการทำประมงของเรือประมงไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นสร้างความเข้าใจกับชาวประมงให้สามารถทำการประมงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งเป็นการบังคับใช้กฎหมายประมงเพื่อปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมายด้วย ซึ่งจากปฏิบัติการของคณะทำงานดังกล่าว ยังตรวจพบเรือประมงที่ยังฝ่าฝืนลักลอบใช้อวนตาถี่ในการทำประมง เพราะหวังจะให้ได้ปลามากที่สุด แต่แท้จริงแล้วการใช้อวนตาถี่จะเป็นการทำลายทรัพยากร ไม่ปล่อยให้ปลาขนาดเล็กเติบโต ดังนั้นเพื่อให้สามารถทำประมงได้อย่างยั่งยืน จึงมีกำหนดขนาดอวนที่ใช้ตามกฎหมายอยู่แล้ว และเมื่อตรวจพบความผิดดังกล่าว จึงต้องมีการดำเนินคดีโดยเด็ดขาด เพื่อให้การทำประมงของไทยเป็นไปตามกฎหมาย และหลักสากลเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ อีกทั้งยังเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมต้อนรับ EU ที่จะเดินทางมาตรวจสอบการทำประมงทำผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU Fishing ในช่วงราวๆ ต้นเดือนตุลาคมนี้ด้วย ทั้งนี้ก็ขอให้ผู้ทำประมงทุกประเภทที่ลักลอบทำประมงด้วยเครื่องมือที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น รีบดำเนินการแก้ไขใช้เครื่องมือให้ถูกประเภท ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะได้ไม่ถูกดำเนินคดีหากมีการเข้าตรวจของเจ้าหน้าที่ฯ 

ด้านผู้ควบคุมเรือประมงลำหนึ่งบอกว่า ไม่มีเรือประมงลำไหนอยากทำประมงแบบผิดกฎหมาย เพราะโทษนั้นถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวและแทบจะต้องขายเรือ หรือจอดเรือทิ้ง อีกทั้งการจอดเรือยังต้องแบกรับภาระต่างๆ มากมาย แต่ที่ทุกวันนี้ยังพบการกระทำที่ผิดพลาดหลงเหลืออยู่บ้างก็เพราะกฎหมายของแต่ละหน่วยงานที่เปลี่ยนแปลงแทบจะทุกวัน จนแทบไม่มีใครจำได้ว่ามีกฎหมายอะไรออกมาบังคับใช้แล้วบ้าง จึงทำให้ชาวประมงบางคนไม่สามารถตามกฎหมายที่ออกมาควบคุมได้ทัน ดังนั้นจึงต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการทำงานของภาคประมงในทุกๆภาคส่วน หันหน้ามาพูดคุยกันแล้วหาข้อสรุปที่ชัดเจนให้ได้เสียที เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมือนกันทั้งหมด ใช้ข้อกฎหมายฉบับเดียวกัน ก่อนที่จะประกาศให้พี่น้องชาวประมงไทยได้ปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้นคนที่ไม่รู้เรื่องกฎหมายหรือตามการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานในแต่ละวันไม่ทัน ก็ต้องถูกจับเพราะถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายเรื่อยไปอยู่ดี

สำหรับการกำหนดการใช้เครื่องมือทำประมง ประเภทอวนคู่ ผู้แทนกองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล ได้อธิบายลักษณะเครื่องมือประมงตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาต ตาม “ข้อ 4 เนื้ออวนตลอดทั้งผืนต้องมีชั้นเดียว ยกเว้นบริเวณก้นถุงให้ใช้อวนรองก้นถุงที่มีขนาดตาอวน ไม่น้อยกว่า 7 เซนติเมตร ในกรณีที่มีเส้นเชือกประคองก้นถุงหย่อน ทั้งด้านบนและด้านล่าง ต้องมีจำนวนเส้นเชือกประคองก้นถุงทั้งหมดไม่เกิน 8 เส้น และห้ามวัสดุอื่นใดร้อยตาอ้วนตามแนวขวาง” ซึ่งอวนรองก้นถุงมีไว้เพื่อป้องกันเนื้ออวนก้นถุง เสียหายจากกรณีที่อวนอาจจะไปถูกับพื้นทะเล โดยการใช้อวนรองก้นถุง ส่วนปลายสุดจะต้องไม่เย็บปิดหรือไม่มีการผูกปลายอวนรองก้นถุง เพราะหากมีการเย็บหรือผูกปลายอวนรองก้นถุงจะทำให้กลายเป็นลักษณะของอวนก้นถุงสองชั้น และห้ามใช้เชือกหรือวัสดุอื่นใด ร้อยตาอวนตามแนวขวาง