มือมีดประชันความคม แข่งขันหั่นหัวไซโป๊ว ของดีท้องถิ่นราชบุรี
ตำบลเจ็ดเสมียน จ.ราชบุรี จัดแข่งขันหั่นหัวไชโป๊ว ของดีท้องถิ่น ชาวบ้านส่งเสียงเชียร์คึกคัก สร้างเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยว
( 20 ส.ค.65 ) งานส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายใต้ชื่อ “ ภูมิปัญญาสร้างเศรษฐกิจ วิถีชีวิตสร้างวัฒนธรรม ” มีนายเทวัญ ห่วงตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน และนางจิดาภา กาญจน์อร่ามกุล รองนายกฯ พร้อมสมาชิกเทศบาล และผู้นำชุมชนร่วมกันจัดขึ้นที่ตลาด 119 ปี ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จัดขึ้นริมแม่น้ำแม่กลอง มีการแข่งขันหั่นหัวไชโป๊ว เป็นของดีที่อยู่คู่กับชุมชนตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เมื่อพูดถึงอำเภอโพธาราม นักท่องเที่ยวต้องรู้จักหัวไชโป๊วเป็นผลิตภัณฑ์ที่รู้จักและขึ้นชื่อ นำไปทำเมนูอาหารหลากหลาย ทั้งไชโป๊วผัดไข่ ไชโป๊วหั่นเป็นลูกเต๋าสี่เหลี่ยมยำกินกับข้าวต้ม ไชโป๊วหวาน เค็ม บรรจุใส่ถุงสวยงามจำหน่ายตามร้านของฝากของที่ระลึกตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ
ทางชุมชนได้จัดการแข่งขันหั่นหัวไชโป๊ว 2 แบบ คือ แบบหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า และแบบเป็นแว่น มีชาวบ้านจากร้านจำหน่ายหัวไชโป๊ว สมัครเข้าแข่งขัน เรียกว่าเป็นมือหั่นเร็วปานสายฟ้าแลบ ทั้งคุณป้า คุณยาย อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ขึ้นไป สวมเสื้อคู่ทีมละ 2 คน มีมีดเป็นอาวุธอุปกรณ์การหั่น สังเกตที่มีดหลายคนพบว่าคมมีดจะเว้าแหว่งจากที่ใช้หั่นมานาน เพราะต้องรับมีดให้คมกริบอยู่ตลอดเวลาเพื่อจะหั่นได้อย่างรวดเร็ว
การแข่งขันจับเวลาการหั่น 10 นาที หลังจากที่กรรมการเป่านกหวีดแต่ละทีมใช้มีดหั่นหัวไชโป๊วอย่างคล่องแคล่ว ว่องไว บางคนนำหัวไชโป๊วเกือบ 10 หัววางรวมกันหั่นทีเดียวในจำนวนมาก ๆ แต่บางคนหั่นทีละหัว แต่ละร้านมีเทคนิคการนำไชโป๊วมาแข่งขันด้วย เช่น นำหัวไชโป๊วแช่น้ำก่อนเพื่อให้พองตัวอมน้ำจะหั่นง่าย แต่หากไม่แช่น้ำจะมีลักษณะเหี่ยวใช้มีดหั่นยากเพราะจะเหนียวใช้เวลาหั่นนานกว่า ท่ามกลางเสียงเชียร์ของชาวบ้านที่ลุ้นกันตัวโก่ง หลังจากครบกำหนดเวลาแต่ละทีมจะนำมาชั่งน้ำหนัก ทีมไหนหั่นรวมกันทั้ง 2 แบบได้น้ำหนักมากที่สุดเป็นผู้ชนะได้รางวัล เป็นเงิน 800 บาท ที่ 2 ได้ 500 บาท และที่ 3 ได้เงิน 300 บาท ปรากฏว่าทีมที่ชนะได้แก่ทีมมือหั่นที่ 1 จากร้านตราชฎา ได้น้ำหนักจำนวน 22.3 กก. ที่ 2 คือร้านแม่ตังกวย ได้น้ำหนัก 19.4 กก. ที่ 3 ร้านแม่ทองสุข หั่นได้น้ำหนัก 8.9 กก.
นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันมีดสับแหลก ใช้มีดเหน็บที่มีความคมกริบ ซึ่งเป็นของดีผลิตในชุมชน นำมาให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสมัครแข่งขัน มีกติกาการจับเวลา ใครใช้เวลาน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะเลิศ ปรากฎว่ามีคนสนใจเข้าแข่งขันหลายคน โดยกติกาด่านที่ 1 วางไม้ขนาดยาว ด่านที่ 2 เป็นเชือกเส้นใหญ่วางบนโต๊ะ ด่านที่ 3 จะมีลูกบอลเล็กไหลออกจากท่อ และด่านที่ 4 มีไม้เป็นท่อนวางอยู่เป็นด่านสุดท้าย โดยผู้เข้าแข่งขันจะใช้มือขวาจับมีด มือซ้ายไว้ด้านหลัง ต้องพยายามใช้มีดสับไม้ สับเชือก สับลูกบอล และสับไม้ให้ขาดอย่างรวดเร็วเท่าที่จะมีแรงทำได้ นักท่องเที่ยวหลายคนให้ความสนใจ เข้าร่วมแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน บางคนสับผิดสับถูก โดยเฉพาะลูกบอลกลม ๆ สับยาก บางคนสับไม้จนแทบหมดแรง โดยผู้แข่งขันที่ชนะเลิศใช้เวลาไปเพียง 17 วินาที
นายเทวัญ ห่วงตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน กล่าวว่า เป็นงานอนุรักษ์วัฒนธรรมและวิถีชาวบ้านและอนุรักษ์ภูมิปัญญาของชาวบ้านตำบลเจ็ดเสมียน เรื่องการตีมีด การหั่นหัวไชโป๊ว ซึ่งอยู่ในชุมชนประมาณ 10 แม่ เช่นแม่ตังกวย ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์หัวไชโป๊ว อยากส่งเสริมให้อาชีพ ในตำบลก้าวไปสู่จังหวัดและประเทศต่อไปในอนาคต มีการแข่งขันหั่นหัวไชโป๊ว การแข่งขันมีดเหน็บรุ่นโอเพ่น สร้างความชำนาญและความสนุกสนานให้กับชุมชน อย่างมีดเหน็บเป็นบ้านตีมีดของชุมชนเจ็ดเสมียนถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงปัจจุบัน การจัดงานครั้งนี้ยัง เป็นการสร้างภูมิปัญญาสร้างเศรษฐกิจ กับวิถีชีวิตสร้างวัฒนธรรมของชุมชนนี้