ชป.8 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอำเภอพิมาย นครราชสีมา

ข่าวทั่วไทย9 ส.ค. 2565 • 15:18 น.
ชป.8 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอำเภอพิมาย นครราชสีมา

วันที่ 9 สิงหาคม 2565 เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   นายเกรียงไกร  ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน มอบหมายให้ นายธีระศักดิ์  ประหยัด ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา พร้อมด้วย นายวชิรพงษ์  เพ็งแก้ว หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายปิยภัทร  สายเมฆ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ นายสันติพันธุ์  พันธุขันธ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน และหัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1-5 ให้การต้อนรับ จากนั้นรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน แผนรับมือช่วงน้ำหลาก การให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร ทั้งนี้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 20 เครื่อง บริเวณท้ายเขื่อนพิมาย และฝายบ้านขามใต้ 8 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งอัตราการไหลของน้ำ เร่งระบายน้ำลงสู่ลำน้ำมูลให้เร็วยิ่งขึ้น

พร้อมดำเนินงานภายใต้ 13 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2565 ได้แก่  1. คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ ทั้ง 4 จุด จุดที่ 1 ฝั่งขวาแม่น้ำมูล ท้ายเขื่อนพิมาย บริเวณบ้านท่าหลวง จุดที่ 2 ฝั่งซ้ายลำจักราช บริเวณบ้านวังกุ่ม หมู่ 14 จุดที่ 3 ฝั่งซ้ายลำจักราช บริเวณที่ว่าการอำเภอพิมาย ถึงบ้านพักตำรวจ สภ.พิมาย จุดที่ 4 สองฝั่งแม่น้ำมูล บริเวณบ้านจบก ต.กระเบื้องใหญ่ และบ้านม่วง บ้านขาม ตำบลในเมือง  2. การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก   3. ทบทวน ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำ 4. ซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์/ระบบระบายน้ำ สถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน พร้อมทดสอบการการใช้งานและเตรียมความพร้อมรับฤดูน้ำหลาก ปี 2565  5. ปรับปรุง แก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เกษตรกรและประชาชนจิตอาสา 6. ขุดลอกคูคลองและผักตบชวา 7.เตรียมพร้อม/วางแผนเครื่องจักร เครื่องมือประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ (เครื่องสูบน้ำ 6 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 22 เครื่อง)

ส่วน 8. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำ เช่น จัดสรรน้ำตามความต้องการใช้น้ำทุกส่วนอย่างเหมาะสม ตามแผนการส่งน้ำ,ใช้ประโยชน์จากน้ำท่วมค้างทุ่ง, จัดรอบเวรการจัดสรรน้ำภาคเกษตร และสร้างการรับรู้ให้กลุ่มผู้ใช้น้ำ ช่วยรักษาคลองส่งน้ำ อาคารบังคับน้ำต่างๆ และให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ก่อนส่งน้ำ 9. ตรวจความมั่นคง ปลอดภัย คัน/ทำนบ/พนังกั้นน้ำ 10. จัดเตรียมพื้นที่อพยพและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ 11. ตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัย 12. การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ เช่น ประชุมร่วมกับกลุ่มตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ และใช้สื่อออนไลน์ชี้แจงข้อมูลข่าวสารต่างๆ 13. ติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยที่เกิดขึ้น

จากนั้น นายธีระศักดิ์  ประหยัด ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา พร้อมคณะ ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณเขื่อนพิมาย ซึ่งปัจจุบัน ส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 8 ร่วมกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 20 เครื่อง พร้อมเปิดบานระบายน้ำ จำนวน 2 บาน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากคลองสายใหญ่ โดยมีอัตราการระบาย 17 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้สถานการณ์น้ำที่ท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำลดลงอย่างต่อเนื่อง และจะเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วยิ่งขึ้น หากไม่มีฝนตกในพื้นที่เพิ่มเติม พร้อมกันนี้ นายปิยภัทร สายเมฆ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ได้นำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่เฝ้าระวัง บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา                     

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานชลประทานที่ 8 โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยใช้ระบบชลประทานในการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ    พร้อมขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝนนี้

​​​​​​​