อุตรดิตถ์ Kick off รณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก
อุตรดิตถ์ คุมเข้มจัด “ Kick off ” รณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พร้อมแนวกันไฟ หลังติด TOPTEN ของประเทศ เกิดโรคทางเดินหายใจ “มะเร็งปอด” ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันช่วยแก้ปัญหา ไฟป่าทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่บ้านโคก-ฟากท่า เสียหายทั้งอำเภอ
ปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เป็นปัญหาทั้งด้านการท่องเที่ยว สังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี จะเกิดปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เกิดจากการจุดไฟเผาป่า ทำให้เกิดสภาวะมลพิษทางอากาศ จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้น การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ คือการกระตุ้นเตือนให้ประชาชน หรือชุมชนมีส่วนร่วมและรู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากรในพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างมีประสิทธิภาพ “
ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดในภาคเหนือก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีการเพิ่มสูงขึ้นของปริมาณ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาวัชพืช เผาตอซังเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการ เกษตร เพิ่มขึ้นของไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่หนึ่งที่ประสบกับปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในช่วงเดือนมกราคม – เมษายนของทุกปี เป็นช่วงฤดูหนาวต่อฤดูแล้ง ทำให้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในค่าที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ บ้านปางเกลือ ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมยุทธการ “Kick off” การรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พร้อมแนวกันไฟ รณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก พร้อมร่วมทำแนวกันไฟและปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์การป้องกันไฟป่า เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ย้ำเตือนให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วม รู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากรในพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกัน-แก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ , พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ , นายมรกต อินทรภู่ ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงาน , นายโกเมศ พุทธสอน ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) , นายทศพร ปภากุล ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ( สบอ.11 ) , นายเกิดพงษ์ โยหงส์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ , เจ้าหน้าที่ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สถานีควบคุมไฟป่าต้นสักใหญ่ , หน่วยงานในสังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) , เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาคสนามในท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ , เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอน้ำปาด , ตำรวจภูธรน้ำปาด , ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 35 , จิตอาสา ,นักเรียน นักศึกษาและ ประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการและปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์การป้องกันไฟป่า
ด้านนายศิริวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การป้องกันไฟป่า หมอควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องร่วมช่วยกัน ภาครัฐอย่างเดียวไม่มีทางทำสำเร็จ การดำเนินการจึงต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายหรือภาคีเครือข่าย ภาษาชาวบ้านทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน ทำอย่างไรไม่ให้เกิดไฟป่า หมอกควันจนอยู่ในภาวะวิกฤติ สุขภาพพลานามัยของคนภาคเหนือเป็นโรคทางเดินหายใจนำไปสู่ของการเป็นมะเร็งปอดติด TOPTEN (ท๊อปเท็น) ของประเทศไทย มีอัตราการป่วยของคนที่เป็นระบบทางเดินหายใจของเท่าของภาคอื่น ทางการแพทย์มีการตั้งสมมุติสมมุติฐาน 1 ตัวว่า สูดดมควันหมอกควันไฟป่าในช่วงหนึ่งคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคมและเมษายน ติดต่อกันทุกวันหมอกควันเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่เล็กกว่าควันบุหรี่ แล้วทุกคนได้สูดดมเหมือนกันหมด เมื่อเข้าไปสู่ภายในปอดแล้ว ไม่สามารถมีอะไรขับออกไป เมื่อขับออกไม่ได้สิ่งที่ตามมาคือร่างกาย Antibody (แอนติบอดี) สารจำพวกไกลโคโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเกิดการต่อสู้กันข้างใน ส่งผลทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ สุดท้ายทำให้เป็นสาเหตุของมะเร็งปอด ผลของมะเร็งปอดไม่แสดงออกทันทีแต่สะสมเป็นเวลานาน 3-5 ปี นั้นคือสิ่งที่เราได้รับกระทบ
หลายคนอาจมองว่า ไฟป่าตั้งแต่โบราณก็มีทำไมไม่เป็นอะไร เดี๋ยวนี้มันขยายวงกว้างมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นในวิถีชีวิตที่หลายคนบอกว่า คุ้นเคยกับหมอกควันไฟป่าเป็นเรื่องจริง แต่ระยะหลังหมอกควันไฟป่ามีมากเกินจากข้อมูลไฟป่าของ ทสจ.ปี 2566 มากกว่าปี 2565 ถึง 3 เท่า พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเคยโดนเผาแสนไร่ ก็กลายเป็น 5 แสนไร่ มันเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้นปีนี้เราเลยของลด 50% เปอร์เซ็น จำนวน 50% หลายคนอาจจะมองว่าจะทำได้หรือ ตั้ง 4-5 แสนไร่ เหลือ 2 แสนไร่ ต้องให้กำลังใจว่า ก่อนปี 2565 จังหวัดอุตรดิตถ์โดนแค่แสนไร่เศษ จึงไม่ยากเกินขีดความสามารถของพวกเราที่จะลดพื้นที่เผาไหม้คือสิ่งหนึ่งผลกระทบกับตัวเราเองเรื่องสุขภาพ สิ่งที่สองคือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดไฟป่าขึ้นมาผลกระทบด้านทรัพยากรได้รับความเสียหายผลคือ ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ ระยะหลังข่าวอุทกภัยหรือสาธารณะภัยของจังหวัดอุตรดิตถ์ ติดขึ้นอันดับของประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา พื้นที่ฟากท่า บ้านโคก เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมเหมือนภาคกลาง ภาคกลางท่วมน้ำจะอยู่เป็นเดือน ของพื้นที่ฟากท่า-บ้านโคก ท่วมแค่ 2 วัน แต่ได้รับความเสียหายทั้งอำเภอ เพราะเป็นน้ำป่าและมีโคลนเต็มบ้านเต็มเมือง ความเสียหายต้นข้าวและพื้นที่ทำมาหากินสูญหายไป สิ่งนั้นคือความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบทางธรรมชาติถูกทำลาย เป็นสิ่งหนึ่งอยากให้ทุกคนช่วยกันประชาสัมพันธ์ถึงอันตรายของไฟป่า ข้อมูลไฟป่าจากที่เรียนมาเกิดจากการเสียดสีของไม้ไผ่ในป่า จึงทำให้เกิดไฟป่าขึ้นมา แต่ข้อมูลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 บอกว่า 99% เกิดจากคนเผา คนเผาก็เผาไม่มีหลักวิชาการด้วยการกันพื้นที่แนวเขตให้เป็นที่เรียบร้อย จึงทำให้เกิดการลุกลามใหญ่โตเป็นพันไร่ การฟื้นคืนสภาพป่าทำได้ยากมากมีค่าใช้จ่ายสูง เราปลูกป่าแต่ละครั้งค่าดูแลหลังการปลูกไร่ละ 20,000 บาท โดนไป 1,000 ไร่ เกือบ 20 ล้าน ถ้า 100,000 ไร่ เป็นเงินมหาศาล นำเงินนั้นมาพัฒนาอาชีพคนจังหวัดอุตรดิตถ์ จะลืมตาอ้าปากได้อีกมาก กิจกรรมวันนี้ความมุ่งหวัง อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมและรู้สึกรักป่า เห็นป่า อยากให้ป่านั้นเป็นธรรมชาติ กลับสู่สภาพปกติอำนวยประโยชน์ให้กับพวกเรา ในการใช้ธรรมชาติทำมาหากินดูแลสุขภาพเรา.