ตร.ยันไม่พบหลักฐานสิ่งผิดกฎหมายในรถฟอร์จูนเนอร์ซุกป่า

ข่าวทั่วไทย6 ก.พ. 2567 • 11:54 น.
ตร.ยันไม่พบหลักฐานสิ่งผิดกฎหมายในรถฟอร์จูนเนอร์ซุกป่า

ตำรวจยันไม่พบหลักฐานสิ่งผิดกฎหมายในรถฟอร์จูเนอร์ ทะเบียนชุมพร จอดซุกป่า มีอำนาจแค่ตรวจสอบเก็บหลักฐานพิมพ์ลายนิ้วมือมือแฝง  แต่ยังไม่เข้าองค์ประกอบความผิดส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนปมเจ้าของแจ้งหาย เร่งประสาน ตำรวจท้องที่เกิดเหตุ สภ.สวี จ.ชุมพร รับรถไปตรวจสอบ ดำเนินคดีเกี่ยวกับการโจรกรรรม คาดปมขัดแย้งส่วนตัวสามีภรรยา

 

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมืองนครพนม พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองสิลป์ ผกก.สภงเมืองนครพนม ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงชุดสืบสวน ตรวจสอบ เก็บพิมพ์ลายนิวมือแฝง รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ของรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาวทะเบียน กท 3424 ชุมพร หลังเกิดเหตุ มีชาวบ้าน ประสาน ตำรวจทางหลวงตำบลหนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม พบรถยนต์คันดังกล่าว ไปจอดทิ้งไว้ ภายในป่าริมถนน เขตบ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม พบเพียงกุญแจทิ้งไว้ในรถ จึงนำรถยนต์มาตรวจสอบ ที่ งานสืบสวน สภงเมืองนครพนม ภายหลังทราบว่า เป็นรถยนต์ คันเดียวกัน ที่ นางวันเพ็ญ หรือเจ๊อ้วน อายุ 64 ปี ชาว อ.สวี จ.ชุมพร มีการแจ้งหาย ไว้ที่ สภ.สวี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ระบุว่าหายไปกับสามี เป็นคนขับ คือ นายขนบ อายุ 55 ปี แต่ยังไม่รู้ว่าหายตัวไปไหน

            ล่าสุดทางด้านตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือแฝง รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบการดำเนินคดีหาที่มาของรถยนต์ หรือหากมีการโจรกรรม จะได้เป็นหลักฐานสำคัญ ในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เบื้องต้นเชื่อว่า รถยนต์คันดังกล่าว คาดว่ามีขบวนการโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ เตรียมนำเข้าพื้นที่ชายแดน เพื่อเตรียมส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นรถยนต์เป้าหมาย และมีการตรวจยึดบ่อยครั้งในพื้นที่ชายแดน ส่วนใหญ่จะนำมาจากบ่อนจำนำ โจรกรรม และหนีไฟแนนซ์ ส่วนที่มาของรถยนต์ดังกล่าว ก่อนที่จะเข้าสู่ขบวนการโจรกรรมข้ามชาติจะต้องรอการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ ทาง ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม มีหน้าที่เพียงตรวจสอบเก็บหลักฐาน และยังไม่สามารถดำเนินคดีกับใครได้ เพราะยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และยังไม่ครบองค์ประกอบในการโจรกรรมขายข้ามชาติ พร้อมประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี จ.ชุมพร ท้องที่เกิดเหตุรับแจ้งความรถยนต์หายต้นทาง รับไปตรวจสอบ ดำเนินคดีต่อไปในส่วนของการโจรกรรม อีกทั้งรถยนต์ดังกล่าว ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทโตโยต้าลิสซิ่ง ส่วนคนเช่าซื้อคือ นางวันเพ็ญ หรือเจ๊ อ้วน ที่เป็นคนแจ้งความรถยนต์หาย  สำหรับประเด็นสำคัญ ตำรวจยังสันนิษฐานว่า มีปมขัดแย้งส่วนตัว ระหว่างสามีภรรยา จะต้องรอการสอบสวนอีกครั้ง   

สำหรับหลักฐานสำคัญ ที่ตรวจสอบพบ คือภาพจากกล้องวงจรปิดบางส่วน ที่พบว่ารถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาวทะเบียน กท 3424 ชุมพร วิ่งผ่านเส้นทางแยก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เชื่อว่า พยายามหาทางหลบหนี เพราะเห็นรถตำรวจทางหลวง จอดสกัดตามเส้นทางสำคัญที่จะเชื่อมไปยัง พื้นที่ อำเภอชายแดน ของ จ.นครพนม เพื่อพักเตรียมส่งข้ามไปขาย สปป.ลาว แต่กลัวว่าจะถูกจับกุมจึงทิ้งรถยนต์หลบหนี นอกจากนี้หลักฐานทางตำรวจยับพบภาพบุคคลต้องสงสัย จากกล้องจับความเร็ว ที่บันทึกภาพไว้ได้ ในเส้นทางที่ออกจากพื้นที่ จ.ชุมพร อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นใคร ต้องรอการสอบสวน ผู้เสียหาย และขยายผล ของตำรวจ สภ.สวี จ.ชุมพร ท้องที่เกิดเหตุต่อไป