สภาพัฒน์ ตรวจความคืบหน้างบฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วยเหลือโควิด-19 ที่ขอนแก่น
สภาพัฒน์ ตรวจคืบหน้างบฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วยเหลือโควิด-19 ที่ขอนแก่น ชมเปราะ โคก-หนอง-นา โมเดล มาถูกทาง ทุกพื้นที่ทำได้จริง พบแปลงปลูกนาบัว สร้างรายได้ทุกวันเล็งต่อยอดเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ที่ยั่งยืน
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 16 ก.พ.2564 ที่ บ.ขุมดิน ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ พร้อมด้วย นายจำเริญ แหวนเพ็ชร พัฒนาการ จ.ขอนแกน,นายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภอมัญจาคีรี และนางเอกหทัย พนมอุปถัมภ์ พัฒนาการ อ.มัญจาคีรี นำคณะอนุกรรมการติดตามโครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลัก “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่ง อ.มัญจาคีรี ได้รัยการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวรวม 11 ครัวเรือน ท่ามกลางความสนใจของชาวชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ร่วมติดตามการดำเนินงานตามโครงการของรัฐบาลอย่างพร้อมเพรียง
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า พื้นที่ อ.มัญจาคีรี เป็นพื้นที่ที่คณะอนุกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าเนื่องจากมีการอนุมัติงบประมาณในการดำเนินงาน รวม 11 ครัวเรือน งบประมาณรวม 1,085,000 บาท โดยมีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้ที่รับผิดชอบ ซึ่งการติดตามดังกล่าวพบว่ามีความคืบหน้าในการดำเนินงานอย่างมากตามที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งงบประมาณดังกล่าวนี้นั้นรัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใต้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอแผนเพื่อเข้าร่วมการจัดสรรงบประมาณในชื่อโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลัก “โคก หนอง นา โมเดล” โดยมีครัวเรือนต้นแบบ 25,000 ครัวเรือน วงเงินที่รัฐบาลด้พิจารณาอนุมัติรวมทั้งประเทศและทั้งโครงการ 4,700 ล้านบาท
“ จะเห็นว่าพื้นที่ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น แม้จะได้รับการจัดสรรงบประมาณตามระเบียบที่กำหนดไว้แต่การดำเนินงานมีความคืบหน้าอย่างมา โดยเฉพาะที่ บ.ขุมดิน ที่มีการจัดสรรพื้นที่ตามแนวทางที่กำหนดและที่สำคัญมีการพลิกนาข้าวเป็นนาบัว สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการอย่างมาก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ซึ่งส่งผลต่อการมีรายได้ทั้งปีและยั่งยืนจากแผนดำเนินงานที่รัฐบาลได้กำหนดและส่งเสริมในภาพรวมอีกด้วย ดังนั้นในระยะต่อไปจะมีการถอดบทเรียนและร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้โดยเฉพาะการจัดสรรพื้นที่ที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดจนนำไปสู่การพอเพียง พอดี พอมี พอกิน พอใช้และมีความมั่นคงทางอาหารรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป”
ขณะที่ นายประภัย เมืองคำ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลัก “โคก หนอง นา โมเดล ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี กล่าวว่า ทันทีที่ได้รับการประสานงานจากพัฒนาชุมชนในพื้นที่จึงสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อที่สร้างความมั่นคงทางอาหารและสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นกับครอบครัวอย่างยั่งยืน เดิมพื้นที่ที่มีอยู่รวมกว่า 20 ไร่ นั้นทำนาทั้งหมด จึงก่อให้เกิดปัญหาในช่วงที่ประสบกับสถานการณ์ภัยแล้ง ดังนั้นจึงสมัครเข้าร่วมโครงการด้วยการพัฒนาพื้นที่จำนวน 3 ไร่จัดทำเป็นพื้นที่โคก หนอง นา ตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนด ทั้งยังคงมีการปรับพื้นที่บางส่วนในการทำนาบัว ที่วันนี้มีนาบัว ทั้งหมด 3 บ่อ แยกเป็นนาบัวสาย ที่ไว้ใช้ในการรับประทานอาหาร นาบัวบูชา ซึ่งเก็บจำหน่ายทุกวันพระ และนาบัวสวยงาม ที่สามารถตัดหน่อและดอกขายได้ทุกวัน โดยราคาจำหน่ายดอกบัวไหว้พระ จะอยู่ที่ราคาดอกละ 1 บาท ขณะที่บัวสวยงาม สายพันธ์ต่างๆ ทั้งบัวจักรพรรดิ,บัวทับทิมสยาม,บัวฉลองขวัญและอีกกว่า 10 สายพันธุ์ราคาจำหน่ายจะอยู่ที่หน่อละ 100 บาทขึ้นไป
“ ยอมรับว่าสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบกับครอบครัวอย่างมาก โดยเฉพาะนาบัว ที่ไม่สามารถนำไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆได้ จึงปรับวิธีการขายมาในรูปแบบออนไลน์ สร้างเพจ ส่งจำหน่ายแบบเดลิเวอรี่แทน ซึ่งยอมรับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาได้อย่างมาก เพื่อที่จะกระจายผลผลิตของครอบครัวส่งจำหน่ายได้ในทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันการเข้าร่วมโคก หนอ นา โมเดล ที่วันนี้เตรียมเข้าสู่การขุดสระน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ด้านหลัง แปลงนาบัว เพื่อเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำและบริหารจัดการพื้นที่แบบโคก หนอง นา อย่างครบวงจร โดยได้เข้ารับการอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆอย่างครบศาสตร์ทำให้วันนี้การหันมาทำนาบัวจึงกลายเป็นรายได้หลักที่สำคัญของครอบครัวไปแล้ว และเตรียมที่จัดตั้งเป็นพื้นที่เรียนรู้ชุมชนให้กับคนในหมู่บ้านได้มาศึกษาและร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้จนนำไปสู่การดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืนบนวิถีพอเพียงต่อไป”