ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด เปิดโครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนครบรอบ 54 ปี 

ข่าวทั่วไทย1 ก.พ. 2566 • 09:50 น.โดย สมนึก บุญศรี
ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด เปิดโครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนครบรอบ 54 ปี 

วันที่ 1 ก.พ.66 ที่ว่าการอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ต.ในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมเนื่องในวาระครบรอบ 54 ปี โครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ประจำปี 2566 “รวมพลังจิตอาสา ขับเคลื่อนสังคมไทย ด้วยใจพอเพียง” จังหวัดร้อยเอ็ด โดยนายพิศ  นันทพูนพิพัฒน์ พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะ ร่วมกับชมรมอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัด อำเภอ  จำนวน 200 คน ประกอบด้วยอาสาพัฒนาชุมชน ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน จาก 20 อำเภอ รวม 167 คน พัฒนาการอำเภอและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน รวม 33 คน 

การดำเนินงานกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย1. การรวมพลังอาสาพัฒนาชุมชน จาก 20 อำเภอ 2. การอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 3. การมอบประกาศเกียรติคุณ อช. ผู้นำ อช. ดีเด่น ระดับจังหวัด 4. การกล่าวคำปฏิญาณตนของ อช. ผู้นำ อช. จังหวัดร้อยเอ็ด 5. กิจกรรมจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน 6. กิจกรรมปลูกผักสวนครัวและพืชสมุนไพร เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในแปลงผัก ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด และ 7. กิจกรรมสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในบริเวณศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้1. เพื่อแสดงพลังอาสาพัฒนาชุมชน สร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ 2. เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมอาสาพัฒนาชุมชนให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย 3. เพื่อน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน และการดำเนินชีวิตของประชาชน

นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธาน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสริมให้ประชาชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต เช่น โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โครงการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และการดำเนินงาน “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยมีอาสาพัฒนาชุมชน และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนภารกิจเป็นต้นแบบในการดำรงชีพ และขยายผลต่อหมู่บ้านชุมชน นับว่าเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง ในการกระตุ้นความคิดสร้างจิตสำนึก ให้แก่กลุ่มอาสาสมัครได้รวมพลังกันสร้างความดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม โดยมีเป้าหมาย ให้องค์กรเหล่านี้ เป็นแกนนำหลักในการพัฒนาคน ให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน