ผวจ.ศรีสะเกษเร่งติดตามสถานการณ์น้ำ 2 เขื่อน เตือนเฝ้าระวังอย่าให้เกษตรกรเดือดร้อน
วันที่ 9 กันยายน 2565 นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ/ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ได้ออกตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่หลายจุด โดยที่เขื่อนหัวนาอำเภอกันทรารมย์ ได้ดูแนวแม่น้ำมูลและการระบายน้ำของเขื่อนหัวนา และ จากการตรวจติดตามพบว่าเขื่อนหัวนา มีระดับน้ำอยู่ที่ +113.78 ม.(รทก.) และมีปริมาณน้ำทั้งหมดอยู่ที่ 93.294 (ล้าน ลบ.ม.) 143.57% ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.17 เมตร ซึ่งปัจจุบันเขื่อนหัวนาได้ทำการแขวนประตูระบายน้ำทั้ง 14 บาน เพื่อเร่งการระบายน้ำ ท้ายเขื่อนยังคงระบายน้ำได้ดีอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่ลำน้ำมูล บริเวณเขื่อนราษีไศล อำเภอราษีไศลมีนายชัยยงค์ เมธาสุรวิทย์ นายอำเภอราษีไศล นายภานรินทร์ ภาณุพินทุ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่างเขื่อนราษีไศล นำบรรยายสรุปข้อมูลว่า น้ำในเขื่อนราษีไศลซึ่งมีต้นน้ำมาจากจังหวัดนครราชสีมา ไหลผ่านบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจะลงที่จังหวัดอุบลราชธานี มวลน้ำมีปริมาณน้ำมาก เนื่องจากมีฝนตกหนักมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนราษีไศลมีระดับสูงถึง +119 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นระดับสูงสุดของเขื่อนราษีไศล ซึ่งจะต้องแจ้งเตือนภัยเป็นระดับธงสีแดง
โดยที่ผ่านมาเขื่อนราษีไศลได้ยกบานระบาย บานละ 4.50 เมตร 6 บานและยกแขวน 1 บาน ปรากฏว่า มวลน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนธงสีแดง ที่ผ่านมาเขื่อนราศีไศลได้ยกบานระบาย บานละ 4.50 เมตร 6 บานและยกแขวน 1 บาน ปรากฏว่า มวลน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนราษีไศลอยู่ที่ 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 74 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จึงเปิดบานระบายน้ำยกแขวนทั้ง 7 บานในเวลา 15.00 น. เพื่อให้น้ำไหลผ่านเขื่อนราษีไศลไปตามธรรมชาติโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนก็จะไหลผ่านไปทั้งหมด ทำให้ลดระดับน้ำที่จะเอ่อท้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรหน้าเขื่อน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร แต่ชลประทานต้องดูพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่เป็นต้นน้ำด้วยฝากหน่วยราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้านให้แจ้งให้ประชาชนป้องกันระดับน้ำที่อาจจะสูงขึ้นและกระทบต่อไร่นาทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย