"สมศักดิ์"เปิดมหกรรมสมุนไพรนานาชาติ โชว์ศักยภาพสมุนไพรไทยสู่สายตาโลก
งานมหกรรมสมุนไพรนานาชาติ International World Trade of Herbal city 2024 สร้างเศรษฐกิจประเทศ ในงานผู้ประกอบการไทย - จีน จับมือพัฒนาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์และงานวิจัยสมุนไพร จ.มหาสารคาม เฟสแรก 250 ล้านบาท
วันที่ 8 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จ.มหาสารคาม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรองประธานกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ เปิดงานและปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “สมุนไพรไทย พัฒนาเศรษฐกิจไทย” ในงานมหกรรมสมุนไพรนานาชาติ International World Trade of Herbal city 2024 พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมทั้งงานวิจัยของสมุนไพรที่ปลูกในประเทศไทย นำมาใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ มูลค่า 250 ล้านบาท (เฟสที่1) ระหว่าง บริษัท เจี๊ยเก๋อ เกาซัว เมดิคอล เทคโนโลยี (เซี่ยงไฮ้) จำกัด สาธารณรัฐประชาชนจีน กับ บริษัท สยามวิสดอม จำกัด, บริษัท ไทย เรย์ อินเตอร์เนชั่นแนล แอนด์ ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด, บริษัท กวิ จำกัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายวิบูลย์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นางสาวปราณี วงศ์บุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมงาน
โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น แพทย์แผนไทย สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตอบรับนโยบายรัฐบาลในการเป็น Medical Hub โดยขับเคลื่อนการดำเนินงาน ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 -2570 ล่าสุด เมื่อเดือนเมษายน 2567 ได้ประกาศรายชื่อเมืองสมุนไพร (Herbal city) 16 จังหวัด ใน 3 คลัสเตอร์ ซึ่ง จ.มหาสารคาม เป็น 1 ใน 6 จังหวัดคลัสเตอร์เกษตรวัตถุดิบสมุนไพรที่มีความพร้อมครบวงจร มีเกษตรกรปลูกสมุนไพรมากกว่า 300 ราย มีพื้นที่ปลูกสมุนไพรได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี มีแปลงปลูกสมุนไพรกลุ่มใหญ่ 6 กลุ่ม แปลงออร์แกนิค 300 ไร่ มูลค่าการขายวัตถุดิบเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2566 มีมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2567 จะมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท อีกทั้งมีโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพ มีการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบันในสถานบริการสาธารณสุขเพิ่มขึ้นถึง 21% และเป็นแหล่งสมุนไพรคุณภาพที่ส่งคู่ค้ารายสำคัญ เช่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และตลาดเอกชนอีกหลายบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับ งานมหกรรมสมุนไพรนานาชาติครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาเมืองสมุนไพร ที่เป็นการสร้างความยั่งยืนได้ตรงจุด และยังเป็นการนำผู้ผลิตมาพบกับผู้ซื้อโดยตรง ทำให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจ อย่างเช่นการลงนามความร่วมมือกับประเทศจีนในวันนี้ สร้างโอกาสที่ดีให้กับประเทศในการนำสมุนไพรมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับและมีภาพลักษณ์ของการเป็นศูนย์กลางเมืองสมุนไพรคุณภาพที่ทั่วโลกต้องคิดถึงในอันดับต้นๆ ที่สำคัญยังช่วยให้เกษตรกรไทยในพื้นที่สามารถยืนหยัดในอาชีพ มีรายได้และมีความสุข
โดย งานมหกรรมสมุนไพรนานาชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 11 มิถุนายน 2567 เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและเมืองสมุนไพรทั่วประเทศแสดงศักยภาพการเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการสมุนไพรรายใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนแสดงถึงศักยภาพของการสร้างเศรษฐกิจประเทศด้วยสมุนไพรไทยและส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนงานพัฒนาเมืองสมุนไพรอย่างต่อเนื่องในอนาคต กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย บูธเมืองสมุนไพร บูธนวดไทย และบริการด้านแพทย์แผนไทย บูธวิชาการ งานวิจัยและนวัตกรรมด้านสมุนไพรจากหน่วยงานและภาคีเครือข่ายกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง บูธผู้ประกอบการสมุนไพรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อการจับคู่ธุรกิจ การแสดงสินค้าเกษตรปลอดภัยจากกลุ่ม Young Smart Farmer และ OTOP จ.มหาสารคาม รวมกว่า 100 บูธ มีผู้ประกอบการสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน เวียดนาม ลาว ประชาชนทั่วไป นักศึกษา นักธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 10,000 คน