'ซีแพค กรีน โซลูชั่น'ตอกย้ำความเป็นผู้นำยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างไทย

ข่าวทั่วไทย27 เม.ย. 2565 • 09:46 น.
'ซีแพค กรีน โซลูชั่น'ตอกย้ำความเป็นผู้นำยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างไทย
วันที่ 27 เมษายน 2565 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ ห้องแกรนด์บอลรูม1 โรงแรมบรรจงบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ซีแพค กรีน โซลูชั่น ผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมเสวนา CPAC Green Solution ล้ำ เปลี่ยน โลก Roadshow เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจ และประโยชน์ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผลักดันนวัตกรรมก่อสร้าง (Digital & Construction Technology) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านกระบวนการก่อสร้างแบบ Turn Waste to Value นับเป็นการยกระดับมาตรูฐานงานก่อสร้างของประเทศไทยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้าง วิศวกรออกแบบงานก่อสร้างให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดย นายจตุพร สาเมือง ผู้อำนวยการ CPAC Solution Center สุราษฎร์ธานี ในฐานะตัวแทนของบริษัทฯ กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้เพื่อแชร์องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง (Digital & Construction Technology) เพื่อสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย เจ้าของงานก่อสร้าง ผู้รับเหมา ช่าง ผู้ให้บริการด้านการก่อสร้าง ผู้ออกแบบ ผู้ผลิตวัสดุ และผู้จำหน่ายวัสดุทั้งในระดับประเทศรวมถึงในระดับท้องถิ่น ซึ่งที่ผ่านมาซีแพค กรีน โซลูชั่น ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ และนำมาปรับใช้ ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของประทศไทยให้มีมาตรฐานเทียบท่าระดับสากลขณะเดียวกันก็คำนึงถึงเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มคำ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการ “Tum Waste to Value” คือการเปลี่ยน Waste หรือ ความสูญเสียให้เป็น Value หรือการสร้างผลประโยชน์คืนกลับสู่สังคม ผ่านการพัฒนานวัตกรรมโซลูชั่นครบวงจรด้วย CPAC Green Solution โดยมีการนำแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ยึดหลัก ESG 4 Plus ของ SCG มาใช้ในการ ดำเนินงานคือ มุ่ง Net Zero – Go Green – Lean เหลื่อมน้ำ – ย้ำร่วมมือ – Plus เป็นธรรม โปร่งใส ด้าน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมแบบจำลองสารสนเทศอาคาร เผยว่า “อุตสาหกรรมก่อสร้างเกิดการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล ดังนั้นจึงมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเพื่อพัฒนา ให้กระบวนการการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ในงานให้ได้มากที่สุด และอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ปัจจุบันนำเอาเข้ามาใช้ ได้แก่ BIM หรือ Building Information Modeling เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการสร้างแบบครบวงจรที่มีความแม่นยำ ตั้งแต่การ ออกแบบ การเขียนแบบ การคำนวณโครงสร้าง การประเมินราคา การวางแผนระบบต่างๆ ของอาคาร ฯลฯ” ด้วยเทคโนโลยีของ BM สามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา การออกแบบก่อสร้างเราจะใช้พิมพ์เขียว (Blueprint ในการสร้างแบบจำลอง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ง่ายในการก่อสร้างแต่ละครั้งย่อมจะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้แม่แบบพิมพ์เขียวมีหลากหลายโดยเฉพาะหากมีการแก้ไขแบบแล้วผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายไม่ทราบก็ส่งผลให้เกิดความเสี่ยหาย ล่าช้า เป็นต้น อีกทั้ง ศ.ดรอมร กล่าวว่า BIM จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนความซับช้อนตรงส่วนนี้ ซึ่งหลักการทำงานของ BIM คือทุกคนที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศน์ของโครงการก่อสร้างจะทำงานบนแพลตฟอร์มเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แพลตฟอร์มจะเป็นระบบ 3 มิติ จะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายและเข้าใจในสิ่งเดียวกัน ระบบสามารถตรวจสอบความขัดแย้งต่างๆ และสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อนที่การก่อสร้างจะเริ่มต้น ทำให้ลดการสูญเสีย อีกทั้งเจ้าของโครงการก็สามารถตรวจสอบความก้าวหน้าได้ทุกเวลาและแจ้งแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนได้ทันท่วงที” ปัจจุบัน ชีแพคและอีกหลายๆ บริษัท ก็ได้มีการนำ BIM เข้ามาใช้ ยกตัวอย่างเช่น โครงการหมู่บ้านจัดสรรศิริพร อ.ไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี, โครงการโรงน้ำแข็งโชคมาดา อ.เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และโครงการโรงแรมจันทรสมสปา จ.ระนอง ฯลฯ สำหรับแนวโน้มในอนาคตมองว่า BIM จะต้องเข้ามาปฏิวัติวงการก่อสร้างทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจวงการก่อสร้างจะต้องปรับตัวเข้าสู่ทิศทางการ ทำงานของ BIM เพื่อให้เราสามารถแข่งขันในธุรกิจนี้ต่อไปได้