นายกฯท่องเที่ยวและภรรยา-นอภ.ห้วยทับทัน ร่วมฟ้อนเปิดงานสืบสานตำนานพันปีไหว้พระธาตุ

ข่าวทั่วไทย25 ก.พ. 2567 • 10:01 น.โดย เพียงฤทัย เกียรติชนนาวี
นายกฯท่องเที่ยวและภรรยา-นอภ.ห้วยทับทัน ร่วมฟ้อนเปิดงานสืบสานตำนานพันปีไหว้พระธาตุ

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.67 ที่ปราสาทบ้านปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ นายตระการ ชาลี นายอำเภอห้วยทับทัน  ได่เป็นประธานเปิดงานสืบสานตำนานพันปี ประเพณีไหว้พระธาตุ ตำบลปราสาท  ประจำปี 2567 ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน ในระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีนายชยามร บุญเต็ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท และดร.กัลยาณี  ธรรมจารีย์  นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการอำเภอห้วยทับทัน ข้าราชการ  พนักงานและลูกจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท  และประชาชนจาก 8 หมู่บ้านของตำบลปราสาท  ร่วมในพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งในพิธี เปิดงาน มีการฟ้อนรำบวงสรวงการเปิดตำนานปราสาทดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษและภรรยาของนาย ตระการ  ชาลี นายอำเภอห้วยทับทัน  ได้ร่วมขึ้นเวที ฟ้อนรำร่วมกับคณะนางรำ จำนวน 100 กว่าคนด้วย  

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีกิจกรรมประกอบด้วย การฟังพระธรรมเทศนาทุกคืนในเทศกาลวันมาฆบูชา กิจกรรมขบวนแห่พานไหว้พระธาตุ ขบวนแห่ข้าวจี่ ขบวนต้นเงินการทอดผ้าป่าสามัคคีข้าวเปลือก การแสดงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น และการเวียนเทียน มีการจุดเทียน 1,250 เล่ม เพื่อถวายพระอรหันต์ในวันมาฆบูชา และชมการแสดงแสง สี เสียง วัฒนธรรมย้อนยุค ได้รับความเมมตาจากพระครูศรีปริยัติวงศ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านปราสาท เป็นประธานฝายสงฆ์

นายชยามร บุญเต็ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท กล่าวว่า พระธาตุหรือปราสาทบ้านปราสาท เป็นองค์ปราสาทสามยอด ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงสี่เหลี่ยม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วซึ่งก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เป็นโบราณสถาน ที่มีความสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ชาวตำบลปราสาทและพุทธศาสนิกชนทั่วไปเชื่อว่า ปราสาท 3 องค์นี้  เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเมื่อปี พ.ศ.2551 กรมศิลปากรได้มาทำการขุดสำรวจบริเวณปราสาทและหลังองค์ปราสาท ในการขุดสำรวจได้พบหลักฐานทางโบราณคดีมากมาย เช่น เทวรูปกำไลสำริด ลูกปะคำสีส้ม กระสุนดินปีน เม็ดพลอย โครงกระดูกมนุษย์โบราณ ที่มีอายุราว 1,500-3,000 ปี ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ที่มีความลึก 7 เมตร และทับหลังจำนวน 4 ชิ้น ได้แก่ทับหลังบุคคลทรงโคนนทิ ทับหลังหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย  ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธิ์ุ และทับหลังกวนเกษียรสมุทร  โดยเฉพาะทับหลังกวนเกษียรสมุทร ที่ขุดพบที่นี่ จะเหมือนกับทับหลังกวนเกษียรสมุทรที่โคปุระ ชั้นที่ 3 ของเขาพระวิหารคือจะมีภาชนะคล้ายโอ่งน้ำอยู่บนหลังเต่า จากการศึกษาและสำรวจของกรมศิลปากร จะไม่ปรากฏพบทับหลังลักษณะนี้ในที่ใดมาก่อนไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว แต่ได้มาพบที่ปราสาทแห่งนี้ซึ่งกรมศิลปากรสันนิษฐานว่าผู้ที่สร้างปราสาทบ้านปราสาท กับผู้ที่สร้างปราสาทเขาวิหารเป็นช่างสกุลเดียวกัน ปัจจุบันโบราณวัตถุที่ขุดพบ ถูกนำไปเก็บไว้ที่กรมศิลปากร ที่ 11 จังหวัดอุบลราชธานี  

นายตระการ ชาลี นายอำเภอห้วยทับทัน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีในท้องถิ่น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้ และเป็นการ ประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้รับทราบว่า ปราสาทบ้านปราสาทเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ  ที่ได้เผยแพร่ชื่อเสียงของอำเภอห้วยทับทันและจังหวัดศรีสะเกษให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น  และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศล อันจะเป็นบ่อเกิดแห่งความรัก ความสามัคคีและความศรัทธาที่จะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ในวันมาฆบูชาด้วย