อช.ตะรุเตาย้ำกวาดล้างเข้มงวดประมงผิดกฎหมายลักลอบเข้าเขตอุทยาน
อช.ตะรุเตาย้ำกวาดล้างเข้มงวดประมงผิดกฎหมายลักลอบเข้าเขตอุทยาน ขณะที่การเดินทางกลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว หลังประมงประท้วงปิดอ่าวยอมยุติ
การสัญจรทางน้ำผ่านอ่าวปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ได้กลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ววันนี้ หลังกลุ่มประมงขนาดกลางที่นำเรือมาประท้วงได้ยอมยุติการชุมนุมปิดปากอ่าว เพื่อให้เรือโดยสารและเรือที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถสัญจรผ่านไปมาได้แล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (2 มี.ค.2566)
โดยผู้ประกอบการหลายคนยอมรับว่า ยังคงต้องเตรียมแผนสำรองไว้ด้วยการหาท่าเทียบเรือที่เหมาะสมและให้นักท่องเที่ยวขึ้นลงได้สะดวก หลังกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าจะกลับมาฟังคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการกำหนดที่ทำกิน หากไม่มีตามแผนวางไว้คือวันที่ 4 มี.ค.66 จะกลับเข้ามาปิดอ่าวปากบาราอีก
ขณะที่ด้านนายมงคล แดงกัน นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เปิดเผยว่า การทำงานของอุทยานก็ยังคงเข้มงวดในการตรวจตราเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการเข้ามาทำประมงที่ผิดกฎหมายเข้าในพื้นที่ โดยเฉพาะเรือประมงพาณิชย์ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาต ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องและการประชุมกันในระดับจังหวัดได้จัดส่งสภาพปัญหาส่งให้หน่วยเหนือทั้งหมดแล้ว โดยทางอุทยานฯเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนมติจะออกมาอย่างไร ต้องรอฟังคำตอบอีกครั้ง
สำหรับกลุ่มประมงขนาดกลางที่ออกมาเรียกร้อง รวมทั้งกลุ่มประมงที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้จำนวน 27 ลำ ได้รอฟังคำตอบ ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ถึงทิศทางการกำหนดพื้นที่ทำกินให้กับพวกตน เนื่องจากเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับอุทยานฯแห่งชาติเกือบทั้งหมด ขณะที่วันที่ 6 จะมีการประชุมของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งพบว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าหารือด้วย
ปัญหานี้เริ่มเกิดขึ้นมีการจัดระเบียบขึ้น เมื่อเดือนม.ค.ชาวบ้านร้องเรียนต่อพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล พบเรือประมงขนาดใหญ่ลากอวนทำการประมงอยู่ในทะเลใกล้เกาะหลีเป๊ะ จึงให้มีการตรวจสอบโดยกรมประมง และกรมอุทยานฯ ผ่านระบบติดตามเรือประมง (VMS) จนพบในช่วง ธ.ค.2565 -ม.ค.ที่ผ่านมา มีเรือประมงพาณิชย์ 27 ลำ รุกล้ำเข้าในทำประมงในเขตอุทยานฯ ตะรุเตา
โดยพบว่าเรือประมงทั้ง 27 ลำ มีความผิดเกี่ยวกับการเข้าไปล่าสัตว์ (จับสัตว์น้ำ)ในเขตพื้นที่อุทยาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
สำหรับความผิดของเรือทั้ง 27 ลำเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จำนวน 5 ข้อหา ได้แก่ 1.ฐานร่วมกันกระทำการอื่นใด อันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 2.ฐานร่วมกันล่อหรือนำสัตว์ป่าอกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 3. ฐานร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
4. ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ 5. ฐานบุคคล ซึ่งเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด มีอัตราโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 500,000 บาท
…………………………………………….