โคราช 44 หน่วยงานจับมือประกาศเจตนารมณ์ขจัดการเลือกปฏิบัติส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ
วันที่ 20 กันยายน ที่ โรงแรมโคราชโฮเต็ล อ.เมือง นครราชสีมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายธนากร ประพฤทธิพงษ์ ที่ปรึกษา นายก อบจ.นครราขสีมา นายคำผอง ตรีราษ ประธาน อส.พม.จ.นครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนองค์กรภาคเอกชน ในพื้นที่รวม 44 หน่วยงาน ร่วมลงนามความร่วมมือประกาศเจตนารมณ์การส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ โครงการ "ฮักนะลูกหลานย่า เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ มุ่งเน้นการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศอย่างเป็นธรรม
โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือแกนนำอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เครือข่ายผู้มีความหลากหลายทางเพศ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ขับเคลื่อนการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ 3 กิจกรรม ได้แก่ การจัดเวทีเสวนา แนวทางการขับเคลื่อนตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 , ประกาศเจตนารมณ์, และกิจกรรมการรณรงค์ เป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและโอบรับความแตกต่างหลากหลายประกาศเจตนารมณ์ การส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ จ.นครราชสีมา มีดังต่อไปนี้ 1. การแต่งกาย ให้บุคลากรสามารถแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศ หรือเพศสภาวะของบุคคล 2.การจัดพื้นพี่พี่เหมาะสม กับจำนวนบุคคล ข้อจำกัดของบุคคล และอัดลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศสภาวะ 3. การประกาศรับสมัครงานและกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครงาน มีการระบุคุณสมบัติ ด้านวุฒิการศึกษาหรือความสามารถที่สอดคล้องกับลักษณะงาน ไม่ระบุเพศโดยกำเนิด หรือเพศสภาพ/เพศภาวะ
ส่วน 4. การใช้ถ้อยคำ ภาษาและกริยาท่าทาง และเอกสารต่างๆ สร้างความรู้ความเข้าใจ แก่บุคลากร เกี่ยวกับคำศัพท์ที่เหมาะสมในการใช้เรียกอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตีตรา เสียดสี หรือลดทอนคุณค่าของบุคคล 5.การสรรหาคณะกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในหน่วยงาน ส่งเสริมให้มีการสรรหาบุคคลเพศหญิง หรือผู้แสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด เช้าร่วมเป็นกรรมกรรมทาระดับ 6.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิด หรือคุกคามทางเพศในการทำงาน เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศและจัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาล่วงละเมิดทางเพศ
ด้าน นายวิจิตร รอง ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สังคมไทยของเราได้เกิดกระแสการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมระหว่างเพศอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ได้รับอิทธิพลจากการตื่นตัวในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้านความหลากหลายทางเพศ ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (กฎหมายสมรสเท่าเทียม) และพระราชบัญญัติรับรองเพศ นับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้มีความก้าวหน้าในหลายมิติ แต่ปัญหาความไม่เท่าเทียมและการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมยังคงปรากฏให้เห็นใบหลากหลายด้าน เช่น การศึกษา การทำงาน และความรุนแรงทางเพศ รากเหง้าของปัญหาอยู่ที่การขาดความตระหนักรู้และทัศนคติที่ไม่เปิดกว้างต่อความเท่าเทียมระหว่างเพศ ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้จำเป็นต้องใช้เวลา และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม จ.นครราชสีมา มีประชากรกว่า 2.625 ล้านคน ประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศในหลายกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัว ดังนั้นการดำเนินงานของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ (อพม) ในการเฝ้าระวังและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญ การประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงให้นานาชาติ อารยประเทศ รับทราบว่าประเทศไทยมีการพัฒนา ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมระหว่างเพศ เป็นประโยชน์กับประเทศหลากหลายมิติ เช่น การท่องเที่ยว ธุรกิจ อุตสาหกรรมบันเทิง การค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วัฒนธรรม นวัตกรรมต่างๆ นำพาความเจริญมาสู่ประเทศในอนาคต