"ประภัตร" ลุยขอนแก่น ผุดโครงการแลกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐาน เพิ่มมูลค่าให้กับชาวนาพร้อมเงินทุนปลอดดอกเบี้ย

ข่าวทั่วไทย29 ก.ย. 2564 • 10:21 น.โดย จักรพันธ์
 "ประภัตร" ลุยขอนแก่น ผุดโครงการแลกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐาน  เพิ่มมูลค่าให้กับชาวนาพร้อมเงินทุนปลอดดอกเบี้ย
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 ก.ย.2564 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอแวงน้อย จ.ขอนแก่น นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการส่งเสริมประชาสัมพันธ์การใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวคุณภาพ ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยมีนายสุเทพ มณีโชติ รอง ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายอำเภอแวงน้อยและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเกษตรกรที่เข้าร่วมโคงการเจ้ารับมอบเครื่องจักรกลทางการเกษตร รวมทั้งการรับมอบเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างพร้อมเพรียง นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาศักยภาพการผลิตเน้นการผลิตในรูปแบบเกษตรแบบสมัยใหม่ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ มีการสร้างความร่วมมือการบริหารจัดการที่เชื่อมโยงตลาด ซึ่งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น ได้รับมอบหมายจากกรมการข้าวให้ดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจำนวน 208 แปลง รวมทั้งโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์ จำนวน 286 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ 26 อำเภอของจังหวัด ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นการเดินหน้าแผนการดำเนินงานในการใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวคุณภาพ ด้วยการกระตุ้นให้เกษตรกรและผู้เข้าร่วมงานได้ราบถึง เทคโนโลยี นวัตกรรม ในการยกระดับการผลิตข้าวคุณภาพ และเป็นตัวอย่างในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับชุดเทคโนโลยีการผลิตข้าวคุณภาพ ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น ให้กับเกษตรกรได้รับทราบอีกด้วย "โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นการดำเนินงานซึ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกัน ที่พร้อมจะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน โคยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยเน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต นำไปสู่การจัดการสินค้าเกษตรสู่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน สร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างมั่นคงในอนาคต ตามแผนปฏิรูปการเกษตรโดยเกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของพื้นที่และร่วมกันดำเนินการบริหารจัดการการผลิต " รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทย เคยเป็นผู้นำอันดับ1 ในการผลิตข้าวหอมมะลิ ที่ส่งจำหน่ายในต่างประเทศ แต่ในขณะนี้ไทยตกไปอยู่อันดับที่ 4 ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการปรับปรุง จึงได้มอบหมายให้ กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทุกจังหวัดได้เข้ามาดูแลและเร่งจัดการด่วย คือ เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวชาวนาจะเก็บพันธุ์ข้าวเอาไว้ไปเพาะปลูกในปีหน้า แต่ในปัจจุบันศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจะเข้ามาดูแลในเรื่องเมล็ดพันธ์ข้าว โดยให้ชาวนานำเมล็ดพันธุ์ข้าวของตัวเอง มาแลกเปลี่ยนโดยกำหนดการแลกเปลี่ยนโดยจะมอบเมล็ดพันธ์ข้าวที่ดี ในอัตราที่นา 1 ไร่ รับพันธุ์ข้าว 15 กิโลกรัม ซึ่งเชื่อว่าถ้าเกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ข้าวดีดีนำไปเพาะปลูก ก็จะมีข้าวหอม ข้าวนิ่มกินและขาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้อีกด้วย "สำหรับโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรและผู้เข้าร่วมงานเห็นเทคโนโลยีนวัตกรรมในการยกระดับการผลิตข้าวคุณภาพ และเป็นตัวอย่างในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับชุดเทคโนโลยีการผลิตข้าวคุณภาพโดยมีการเผยแพร่ผลงานดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นให้ชาวนาได้รับรู้ นอกจากนี้ยังมีการมอบ เงินอุดหนุนโครงการ ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์ให้เกษตรกร 50 ราย มอบปัจจัยการผลิตโครงการยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด และที่สำคัญยังมีการมอบเครื่องจักรกลในการทำเกษตรแปลงใหญ่พร้อมกับวางแนวทาง ให้เกษตรกรนำเอาข้าวปลูกเก่าที่มีอยู่มาแลกข้าวปลูกพันธุ์ใหม่จากกรมการข้าวในฤดูกาลหน้า และมอบเครื่องจักรให้กับนาแปลงใหญ่ทั้งหมด 14 โครงการ ซึ่งเป็นที่พอใจของเกษตรกรที่จะได้ปรับปรุงการทำนาของตัวเองใหม่โดยมีการใช้โดรนใช้เครื่องปักดำคาดว่าจะเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งกรมการข้าวเป็นเจ้าของโครงการ ที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์โดยแลกเอาของเก่าที่ใช้อยู่ เอามาแลกเอาข้าวใหม่ไปโดยกรมการข้าวเป็นผู้ผลิตให้ โดยคำนึงถึงผลผลิตข้าวดีและต้านทานต่อโรคได้ พร้อมจะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิในปีนี้และแลกกับข้าวของเกษตรกรในฤดูกาลหน้า เริ่มต้นที่ 500,000 - 1,000,000 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีและ ลดต้นทุนได้ในภาพรวม "วันนี้นอกจากนี้ได้มีการมอบเครื่องจักรและเครื่องมือให้กับกลุ่มนาข้าว ทั้งกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและกลุ่มนาแปลงใหญ่ มากกว่า 20 กลุ่ม และยังมีแปลงย่อยอีก ดังนั้นในอำเภอแวงน้อยมีประมาณ 120,000 ไร่ จะมีการปรับปรุง 120,000 ไร่เป็นอันดับแรกเพราะที่นี่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ในภาคฤดูร้อน หลังจากเก็บเกี่ยวหรือว่าทำนาเสร็จแล้วเกิดการว่างงาน จึงมีการคิดโครงการทั้งหมดประมาณ 10 กว่ารายการให้เกษตรกรได้เลือกทำ โดยมีเงินให้ยืมปลอดดอกเบี้ย รายละไม่เกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 3 ราย โดยจะต้องค้ำประกันกันเองเท่านั้น"