กลุ่มเรียกร้องที่ดินทำกิน ยังยึดพื้นที่ สวนปาล์มน้ำมันที่รัฐเคยให้สัมปทานให้กับนายทุนใกล้จะหมดอายุ
กลุ่มเรียกร้องที่ดินทำกิน ในหลายๆกลุ่ม ยังยึดพื้นที่ สวนปาล์มน้ำมันที่รัฐเคยให้สัมปทานให้กับนายทุนใกล้จะหมดอายุ ภาครัฐ มีการสนธิกำลัง เข้าผลักดันกลุ่มผู้เรียกร้องที่ดินทำกินเหล่านี้ ให้ออกจากพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของเอกชน พฤติกรรมของภาครัฐ จริงใจแก้ปัญหา หรือรักษาผลประโยชน์ให้กับภาครัฐ หรือปกป้องผลประโยชน์ให้กับนายทุน
ในวันที่ 20 กรกฏาคม พ.ศ.2565ได้มีเจ้าหน้าที่นิคมสหกรณ์อ่าวลึก จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จังหวัดกระบี่ สนธิกำลังกันกว่า 200 นาย ได้ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการ ผลักดัน กลุ่มเรียกร้องที่ดินทำกินจังหวัดกระบี่ ในนามกลุ่มสรรค์สร้างสังคมใหม่ นำโดยนายโยคินธ์ คำวงค์ เป็นประธานกลุ่ม ที่ ปักหลักสร้างที่พัก ภายในสวนปาล์มน้ำมัน ของบริษัทสวนไทยอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันจำกัด พื้นที่ ม.9,10 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งกลุ่มเรียกร้องที่ดินทำกินกลุ่มนี้ ได้ยึดพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน มานานกว่า 5 ปี วัตถุประสงค์ก็เพื่อเรียกร้องให้รัฐนำที่ดินพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุ สัมปทาน มาจัดสรรให้กับคนจนตามมติ ครม พ.ศ.2546 แต่ทางภาครัฐไม่เคยขานรับข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเหล่านี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว วันดีคืนดี ทำได้แค่สนธิกำลังเพื่อเข้าไปสลายม็อบเพื่อให้ออกไปจากพื้นที่สวนปาล์ม แค่นั้นเอง
เมื่อทางเจ้าหน้าที่ลงไปถึงพื้นที่ทางกลุ่มชาวบ้านที่ปักหลักอยู่ในสวนปาล์มน้ำมันได้รวมตัวกันออกมานั่งขวางกำลังเจ้าหน้าที่อยู่กลางถนน พร้อมทั้งได้ใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ จนในที่สุดทางเจ้าหน้าที่จำต้องยอมถอยไม่สามารถ ผลักดันกลุ่มผู้เรียกร้องที่ดินทำกินให้ออกจากพื้นที่ได้ ทางเจ้าหน้าที่อ้างว่า กลุ่มชาวบ้านมีจำนวนมากกว่า 700 คน ทางเจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ยังอ่อนต่อหลักฐานเอกสาร และข้อกฎหมาย จำต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่อย่างไม่เป็นท่าเลยทีเดียว ซึ่งทางเจ้าหน้าแต่ละหน่วยงานยังสับสน บางหน่วยงานบอกว่า พื้นที่สวนปาล์มดังกล่าว อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ให้เอกชนสัมปทานปลูกปาล์มน้ำมัน ยังไม่มันใจว่าหมดอายุสัมปทานไปแล้วหรือไม่ บางหน่วยงานบอกว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมอ่าวลึก
การถอนกำลังของทางเจ้าหน้าที่ กว่า 200 นาย บอกเพียงว่า ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะ แต่งตั้งตัวแทนของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นคณะกรรมการระดับจังหวัด ตรวจสอบพื้นที่ อีกครั้งเพื่อความชัดเจนว่าตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือ พื้นที่นิคมสหกรณ์กันแน่ เพื่อให้แน่ชัด ในท้ายที่สุดก็ไม่สามารถทำอะไรกับกลุ่มที่ปักหลักเรียกร้องที่ดินทำกินได้แม้แต่นิดเดียว
ทางด้าน นายชูวงศ์ มณีกุล ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กลุ่มผู้เรียกร้องที่ดินทำกินภาคใต้ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบว่า เป็นพื้นที่ ของนิคมสหกรณ์อ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ที่ให้เอกชนเช่าพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน มากว่า 20 ปี รวม พื้นที่ 2,500 ไร่ และจะหมดสัญญาเช่าในปี พ.ศ.2567 ซึ่งเชื่อว่าเป็นการให้เช่าพื้นที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนอย่างแน่นอน เนื่องจากถ้าดูตามข้อกฎหมายแล้ว พื้นที่ นิคมสหกรณ์ ต้องให้เกษตรกรเช่าหรือเข้าทำประโยชน์เท่านั้น นายทุนจะไม่มีสิทธิเข้าทำประโยชน์ไดๆทั้งสิ้น
ด้านนายโยคินธ์ คำวงค์ เป็นประธานกลุ่มฯ ยังได้บอกอีกว่า ในวันที่ทางเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกันก็เพื่อมาผลักดันให้กลุ่มของตนออกจากพื้นที่ แต่พวกตนไม่ยอมออก จนกว่าจะมีคำสั่งให้ตรวจสอบพื้นที่ก่อนและดำเนินการตามนโยบายจัดสรรที่ดินให้กับคนยากจน แต่เวลานี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบให้ได้ก่อนว่าข้อเท็จจริงของพื้นที่เป็นอย่างไร เชื่อว่าที่ผ่านมานิคมสหกรณ์อ่าวลึกได้มีการปล่อยปละละเลยให้เอกชนเข้าทำประโยชน์โดยไม่ได้มีการตรวจสอบ
แทบทุกครั้ง ที่ทางภาครัฐแก้ปัญหา เพื่อผลักดันทางกลุ่มที่ปักหลักอยู่ในสวนปาล์ม ให้ออกไป จะมีการใช้กำลังทุกครั้ง ไม่เคยเอาเหตุผล มาพูดคุยกันแม้แต่ครั้งเดียว และนอกจากนั้นไม่เคยยอมรับว่า จากการที่ทางบางหน่วยงานเอาพื้นที่ ที่เป็นสาธรณะประโยชน์ เป็นทรัพย์สมบัติของประชาชนทุกคน ไปให้นายทุนสัมปทาน เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผลประโยชน์จากที่นายทุนสัมปทาน รัฐได้กี่บาท กี่สตางค์ ก็ไม่มีตัวเลขมาบอกกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบ พฤติกรรมการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ยังค้างคาใจประชาชน ว่าทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับรัฐ หรือรักษาผลประโยชน์ให้กับนายทุนกันแน่