สงขลาชวนไปกินขนมซั้ง100ปีชาวควนเนียงเปิดศูนย์เรียนรู้การทำ
เปิดศูนย์การเรียนรู้ขนมซั้ง และหมู่บ้านวัฒนธรรมขนมซั้ง 100 ปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 200 ปี และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับคนในพื้น รวมทั้งที่ผู้สนใจ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพทางเลือกได้
วันที่ 31 มี.ค. 66 ที่ อ.ควนเนียง จ.สงขลา นางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายวินิจ เทพนิต นายอำเภอควนเนียง ร่วมในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ขนมซั้งเทศบาลตำบลบางเหรียง และหมู่บ้านวัฒนธรรมขนมซั้งมงคล 100 ปี รวมทั้งมอบรางวัลเชิดชูเกียรติภูมิปัญญาและผู้สืบสารภูมิปัญญา โดยทางชาวบ้านได้จัดขบวนนางรำและกลองยาวมาต้อนรับคณะของนายอำเภอควนเนียง เละพากันเดินเข้ายังไปบริเวณงาน เพื่อสร้างสีสันภายในงาน และการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่
โดยมี นายเวียง จันทฤทธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลบางเหรียง พร้อมด้วย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย รวมทั้งภาครัฐ และสมาคม กลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ให้การสนับสนุน เข้าร่วมจำนวนมาก
สำหรับศูนย์การเรียนรู้ขนมซั้งเทศบาลตำบลบางเหรียง และหมู่บ้านวัฒนธรรมขนมซั้งมงคล 100 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.1 บ้านคลองคล้า ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือน ที่ผ่านมา
ซึ่งในปีนี้ได้ดำเนินการ และให้ความสำคัญกับขนมซั้ง ซึ่งเป็นขนมโบราณของพื้นที่ อ.ควนเนียง และเป็นมรดกทางภูมิปัญญาการทำอาหารในพื้นที่ที่มีมาร่วม 200 ปี โดยทาวกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนได้เข้ามาดำเนินงานพัฒนากลุ่มอาชีพ และทุกครัวเรือนที่มีความเกี่ยวข้องกับอาชีพขนมซั้งทั้งในพื้นที่ ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง ซึ่งเป็นพื้นที่หลัก และบางส่วนของ ต.รัตภูมิ ที่มีการผลิตบางส่วน
นอกจากนี้ยังทีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ขนมซั้งเทศบาลตำบลบางเหรียง ขึ้น เพื่อใช้เป็นเหล่งถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำขนมซั้งของพื้นที่ เละเป็นการอนุรักษ์สืบสานคุณค่าของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบไป ซึ่งทั้งคนในพท้นที่ และผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาเยี่ยมชมได้ครบวงจร
โดยทาง นายวินิจ เทพนิต นายอำเภอควนเนียง ยังได้มอบโล่เชิดชูเกียรติและมอบรางวัลครูภูมิปัญญาขนมซั้งบางเหรียง จำนวน 3 ท่าน คือ นางแผนก ตรีรัตน์ อายุ 84 ปี นางดวง เพ็งแก้ว อายุ 81 ปี และ นางเจียร วิไลรัตน์ อายุ 80 ปี ซึ่งทุกคนยังคงสืบสานการทำขนมซั้งมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ และถ่ายทอดสู่รุ่นลูกหลาน
สำหรัฐขนมซั้งปัจจุบันยังคงเป็นที่รู้จัก และเป็นที่นิยมของคนในพื้นที่ และใกล้เคียง อีกทั้งในหมู่องนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็เคยได้ลิ้มลองรสชาติ และชื่นชอบด้วยเช่นกัน เนื่องจาก อ.ควนเนียง อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยงและเมืองเศรษฐกิจอย่าง อ.หาดใหญ่ จึงสามารถหาขนมซั้งทานได้ไม่ยากนัก
ทั้งนี้ ขนมซั้งทำมาจากข้างเหนียว มีลักษณะรูปทรงสามเหลี่ยมสีเหลืองใสคล้ายข้าวต้มสามเหลี่ยม และห่อด้วยใบไผ่ป่า ซึ่งเสน่ห์และลักษณะที่ดีของขนมซั้งคือ ต้องใสเหมือนแก้ว ไม่มีรสขม และเหนียวนุ่ม ซึ่งเชื่อว่า ขนมประเภทนี้ได้รับอิทธิมาจากประเทศจีน ที่ได้เดินทางอพยพย้ายถิ่น และทำการค้ากับหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย โดยขนมซั้งสามารถทานได้ทั้งกินสดๆ จิ้มกับน้ำตาลทราย หรือน้ำตาลอ้อย หรือใส่น้ำเชื่อม ราดน้ำกะทิ เติมน้ำแข็งลงไป ก็ได้เช่นเดียวกัน