เตือนภัยร้านค้าหลังพบหัวขโมยเพื่อนบ้าน​ ร้องสื่อช่วยประสานขอเงินคืน​ เร่งจับตัวผู้ก่อเหตุ

ข่าวทั่วไทย12 เม.ย. 2566 • 13:53 น.
เตือนภัยร้านค้าหลังพบหัวขโมยเพื่อนบ้าน​ ร้องสื่อช่วยประสานขอเงินคืน​ เร่งจับตัวผู้ก่อเหตุ

 

วันที่12เม.ย. 66-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีภาพจากกล้องวงจรปิด  ขณะที่คนร้ายรอจังหวะสบโอกาสก่อนลงมือฉกทรัพย์  ซึ่งเป็นกระเป๋าคาดเอวของนางอสุณีย์  อายุ 43 ปี  เจ้าของร้านขายของชำ  ซึ่งตั้งอยู่ที่ปากซอยสุปราณี   หน้าถนนยาตราสวัสดี  (ชุมชนท่านายเนาว์)  ตำบลพิมาน  อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล  โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 ที่ผ่านมาช่วงเวลาประมาณ 9 นาฬิกา

  โดยก่อนเกิดเหตุนางอสุณีย์  เจ้าของร้านขายของชำเล่าว่า  ขณะเดินทางกลับจากซื้อของเข้าร้าน   เมื่อมาถึงก็เปิดประตูด้านข้างของร้าน   จังหวะนั้นเห็นลูกสาววัย 4 ขวบนั่งอยู่จึงรีบเข้าไปอุ้มเล่นและพาเดินเข้าไปหลังบ้านโดยไม่รู้ว่าขณะนั้นได้วางกระเป๋าไว้ที่ไหน   จึงขอให้สามีช่วยเปิดกล้องวงจรปิดเพราะไม่แน่ใจว่ากระเป๋าหล่นหายขณะไปซื้อของเข้าร้านหรือไม่ 

  และจากภาพกล้องวงจรปิดที่จับได้พบว่า  กระเป๋าสตางค์ถูกหัวขโมยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกัน มักจะเข้ามาซื้อของภายในร้านเสมอและมาแบบเงียบๆ  และเชื่อว่าอาจจะชะล่าใจ  ไม่ทันเห็นกล้องจึงลงมือก่อเหตุ  ฉกกระเป๋าของตนซึ่งมีเงินสดประมาณ 8,000 บาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องมูลค่า 10,000 บาท บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบใบขับขี่และบัตรประชาชนซึ่งอยู่ในกระเป๋าไปด้วย 

 

  เมื่อรู้ตัวคนร้าย   ว่าเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง   จึงแจ้งให้ครอบครัวคนร้ายนำเงินมาคืนแต่ได้รับการเจรจาต่อรองว่า   ไม่ให้แจ้งความดำเนินคดี แลกกับการนำเงินและทรัพย์สินมาคืนให้    แต่เมื่อเจ้าของร้านไม่ยอมและบอกว่า  ได้เสียเงินติดกล้องวงจรปิดไปหมื่นกว่าบาท  เพื่อจับคนร้ายแล้วมาต่อรองแบบนี้ต่อไปจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร  ทางเจ้าของร้านของชำจึงเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองสตูล  เพราะรู้ทั้งชื่อและที่อยู่คนร้ายหมดแล้ว   แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังจับตัวไม่ได้ และเงินก็ยังไม่ได้คืน  จึงรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน   เงินที่หายไปเป็นเงินเก็บไว้ใช้หมุนเวียนภายในร้าน  จึงขอพึ่งนักข่าวให้ช่วยเป็นสื่อกลางในการประสานคนที่เกี่ยวข้อง   เร่งดำเนินคดีนำเงินคืนให้ตนพร้อมจับคนร้ายลงโทษโดยเร็ว

 

  ด้านเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวอยู่ใกล้เคียงกันยอมรับว่า   เศรษฐกิจที่ฝืดเคืองผลจากโควิด อีกทั้งปัญหายาเสพติดทำให้ขโมย โจรชุกชุมและอยู่ใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนอย่างเจ้าของร้านรายนี้พบว่าถูกหัวขโมยแม้กระทั่งไฟแช๊ก  และขโมยสูบน้ำมันออกจากรถจักรยานยนต์มาหลายครั้งแล้ว  แต่ไม่ได้เอาเรื่องกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้  แต่ครั้งนี้มันก็เกินไปชาวบ้านต้องอยู่กันอย่างลำบาก

 

  ส่วนตำรวจสภ.เมืองสตูลเจ้าของคดีได้แจ้งกับทางผู้เสียหายว่า  คนร้ายเคยมีประวัติติดยาเสพติดและได้ออกหมายจับแล้ว  ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งติดตามจับกุมตัวหากชาวบ้านรู้เห็นให้รีบแจ้งเบาะแส