เตือนภัยร้านค้าหลังพบหัวขโมยเพื่อนบ้าน ร้องสื่อช่วยประสานขอเงินคืน เร่งจับตัวผู้ก่อเหตุ
วันที่12เม.ย. 66-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่คนร้ายรอจังหวะสบโอกาสก่อนลงมือฉกทรัพย์ ซึ่งเป็นกระเป๋าคาดเอวของนางอสุณีย์ อายุ 43 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ซึ่งตั้งอยู่ที่ปากซอยสุปราณี หน้าถนนยาตราสวัสดี (ชุมชนท่านายเนาว์) ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 ที่ผ่านมาช่วงเวลาประมาณ 9 นาฬิกา
โดยก่อนเกิดเหตุนางอสุณีย์ เจ้าของร้านขายของชำเล่าว่า ขณะเดินทางกลับจากซื้อของเข้าร้าน เมื่อมาถึงก็เปิดประตูด้านข้างของร้าน จังหวะนั้นเห็นลูกสาววัย 4 ขวบนั่งอยู่จึงรีบเข้าไปอุ้มเล่นและพาเดินเข้าไปหลังบ้านโดยไม่รู้ว่าขณะนั้นได้วางกระเป๋าไว้ที่ไหน จึงขอให้สามีช่วยเปิดกล้องวงจรปิดเพราะไม่แน่ใจว่ากระเป๋าหล่นหายขณะไปซื้อของเข้าร้านหรือไม่
และจากภาพกล้องวงจรปิดที่จับได้พบว่า กระเป๋าสตางค์ถูกหัวขโมยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกัน มักจะเข้ามาซื้อของภายในร้านเสมอและมาแบบเงียบๆ และเชื่อว่าอาจจะชะล่าใจ ไม่ทันเห็นกล้องจึงลงมือก่อเหตุ ฉกกระเป๋าของตนซึ่งมีเงินสดประมาณ 8,000 บาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องมูลค่า 10,000 บาท บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบใบขับขี่และบัตรประชาชนซึ่งอยู่ในกระเป๋าไปด้วย
เมื่อรู้ตัวคนร้าย ว่าเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง จึงแจ้งให้ครอบครัวคนร้ายนำเงินมาคืนแต่ได้รับการเจรจาต่อรองว่า ไม่ให้แจ้งความดำเนินคดี แลกกับการนำเงินและทรัพย์สินมาคืนให้ แต่เมื่อเจ้าของร้านไม่ยอมและบอกว่า ได้เสียเงินติดกล้องวงจรปิดไปหมื่นกว่าบาท เพื่อจับคนร้ายแล้วมาต่อรองแบบนี้ต่อไปจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ทางเจ้าของร้านของชำจึงเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองสตูล เพราะรู้ทั้งชื่อและที่อยู่คนร้ายหมดแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังจับตัวไม่ได้ และเงินก็ยังไม่ได้คืน จึงรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เงินที่หายไปเป็นเงินเก็บไว้ใช้หมุนเวียนภายในร้าน จึงขอพึ่งนักข่าวให้ช่วยเป็นสื่อกลางในการประสานคนที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินคดีนำเงินคืนให้ตนพร้อมจับคนร้ายลงโทษโดยเร็ว
ด้านเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวอยู่ใกล้เคียงกันยอมรับว่า เศรษฐกิจที่ฝืดเคืองผลจากโควิด อีกทั้งปัญหายาเสพติดทำให้ขโมย โจรชุกชุมและอยู่ใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนอย่างเจ้าของร้านรายนี้พบว่าถูกหัวขโมยแม้กระทั่งไฟแช๊ก และขโมยสูบน้ำมันออกจากรถจักรยานยนต์มาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้เอาเรื่องกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ แต่ครั้งนี้มันก็เกินไปชาวบ้านต้องอยู่กันอย่างลำบาก
ส่วนตำรวจสภ.เมืองสตูลเจ้าของคดีได้แจ้งกับทางผู้เสียหายว่า คนร้ายเคยมีประวัติติดยาเสพติดและได้ออกหมายจับแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งติดตามจับกุมตัวหากชาวบ้านรู้เห็นให้รีบแจ้งเบาะแส