สภาวัฒนธรรมร้อยเอ็ดจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหมอลำพื้นบ้านสู่เด็ก
สภาวัฒนธรรมร้อยเอ็ดจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหมอลำพื้นบ้านสู่เด็ก เยาวชนและประชาชนให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
เมื่อวันนี้ 8 มิ.ย. 2566 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมอาคารเทพบันเทิง วิทยาลัยนาฎศิลปร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานในพิธีโครงการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหมอลำพื้นบ้านสู่เด็ก เยาวชนและประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 9 มิถุนายน 2566 โดยการดำเนินงานของ ผศ.ดร.สาธิต กฤตลักษณ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะสภาวัฒนธรรมอำเภอ ชุมชน ผศ.ดร.ธัญญรัตน์ อุบลเลิศ ผอ.วิทยาลัยนาฎศิลปร้อยเอ็ด และคณะ พร้อมด้วยวิทยากร ได้แก่ ดร.ฉวีวรรณ พันธุ ศิลบินแห่งชาติ (นายกสมาคมหมอลำอีสาน) นายชุมเดช เดชพิมล ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน วิทยากรฝึกสอนประจำกลุ่มได้แก่ ดร.โยธิน พลเขต,นางรัญจวน ดวงใข่ษร, นางกฤษณา วรรณสุทธิ์,นายจำปี อินอุ่นโชติ ,และ นางพร ยงดี ผู้เชี่ยวชาญด้านหมอลำ
ผศ.ดร.สาธิต กฤตลักษณ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน สืบทอดศิลปะการแสดงหมอลำให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และได้รับการสืบทอดต่อไป กลุ่มเป้าหมายในการอบรมประกอบด้วยเด็ก เยาวชน จากสถานศึกษาในจังหวัดร้อยเอ็ด และประชาชนทั่วไป จำนวน 80 คน
การจัดอบรมในครั้งนี้ประกอบไปด้วยการบรรยายเรื่องประเภทของหมอลำลักษณะโครงสร้างทางฉันทลักษณ์ของกลอนลำ พื้นฐานการขับร้องหมอลำโดยได้รับเกียรติจาก ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฎศิลปร้อยเอ็ด, ดร.ฉวีวรรณ พันธุ ศิลบินแห่งชาติ (นายกสมาคมหมอลำอีสาน) นายชุมเดช เดชพิมล ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน วิทยากรฝึกสอนประจำกลุ่มได้แก่ ดร.โยชิน พลเขต,นางรัญจวน ดวงใข่ษร, นางกฤษณา วรรณสุทธิ์, นายจำปี อินอุ่นโชติ ,และนางพร ยงดี ผู้เชี่ยวชาญด้านหมอลำ
นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธาน กล่าวว่า ในปัจจุบันศิลปะการแสดงหมอลำพื้นบ้านกำลังจะสูญหายไปจากแผ่นดินอีสาน เนื่องจากสภาพสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป สื่อต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทแทนหมอลำมากยิ่งขึ้น เช่น ภาพยนตร์ ละครทางโทรทัศน์ สื่อทางอินเตอร์เน็ตที่เข้าถึงได้เร็วให้ทั้งความรู้และบันเทิงได้มาก อีกประการหนึ่ง เนื่องจากขาดผู้สืบทอด ซึ่งผู้ที่จะเป็นหมอลำจะต้องใช้ระยะเวลาในการปลูกฝังและบ่มเพา: เพื่อให้สามารถจดจำเนื้อเรื่องและกลอนลำต่างๆ ได้ รวมทั้ง ต้องมีความสามารถในการตีบทตัวละครต่าง ๆ จึงจะเกิดสุนทรียภาพ มีความซาบซึ้ง และชวนให้ติดตาม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการ อนุรักษ์ สืบสาน สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านหมอลำอีสานให้คงอยู่สืบต่อไป
การจัดอบรมครั้งนี้ เป็นโครงการที่ดีสำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชน ที่จะอนุรักษ์ สืบสาน สืบทอด ศิลปะการแสดงหมอลำให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และได้รับการสืบทอดต่อไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากผ่านการฝึกอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมจะได้นำความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์ดีๆ ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว