ชป.1 บูรณาการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยช่วงฤดูฝน
นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 มอบหมายให้ นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายชนม์ฐพัฒน์ เครือศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการชลประทานเชียงใหม่ เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครั้งที่ 5/2565 เพื่อเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝนนี้ โดยมีนายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุม ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
ในการประชุมดังกล่าว สืบเนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ลักษณะสภาพอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ ในเดือนสิงหาคมและกันยายน จะเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกหนาแน่น อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ดังนั้น จังหวัดเชียงใหม่ จึงให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการระบายน้ำและการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงในเขตชุมชนที่เป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งวางแผนการลำเลียงน้ำไปยังพื้นที่รองรับน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้กรณีเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ระบุว่า สภาพภูมิอากาศในวันนี้ (22 ก.ค. 65) จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น ภาคเหนือจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จึงเน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝนนี้ โดยในการประชุมวันนี้ได้พิจารณาอนุมัติโครงการขุดลอกเปิดทางน้ำในพื้นที่อำเภอจอมทอง และอำเภอฝาง ทั้งหมด 7 โครงการ จำนวนเงินกว่า 2.5 ล้านบาท เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเบื้องต้นสำหรับการรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยได้เน้นย้ำให้ผู้รับผิดชอบแต่ละโครงการดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเดือนสิงหาคมและกันยายน ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงที่จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองมากที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำของสำนักงานชลประทานที่ 1 นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้สั่งการให้โครงการชลประทานจังหวัดและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด วางแผนบริหารจัดการน้ำภายในลุ่มน้ำอย่างเชื่อมโยงกัน รวมทั้งปรับการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำ ให้เป็นไปตามเกณฑ์ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ตลอดจนตรวจสอบอาคารชลประทาน ประตูระบายน้ำ และคันกั้นน้ำต่างๆ ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 65 และกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด