ปชช.ชาวบุรีรัมย์-ร้านชำวอน ครม.ใหม่ปรับรูปแบบแจกดิจิทัลเป็นเงินสดเกิดประโยชน์โดยตรงไม่เอื้อนายทุน

ข่าวทั่วไทย22 ส.ค. 2567 • 10:00 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน
ปชช.ชาวบุรีรัมย์-ร้านชำวอน ครม.ใหม่ปรับรูปแบบแจกดิจิทัลเป็นเงินสดเกิดประโยชน์โดยตรงไม่เอื้อนายทุน

ประชาชน และร้านขายของชำในหมู่บ้านที่บุรีรัมย์  วอน ครม.ชุดใหม่ปรับรูปแบบโครงการดิจิทัลวอเล็ตเป็นเงินสด  จะเกิดประโยชน์กับประชาชนโดยตรง ทั้งช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าได้มากกว่า    ทั้งวอนเร่งแก้ปัญหาข้าวของแพงหากินยากลำบาก  

วันที่ 22 ส.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานถึง บรรยากาศร้านจำหน่ายอาหาร  เครื่องดื่ม  และร้านขายสินค้าประเภทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ต่างริมถนน และฟุตบาทในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์   ค่อนข้างเงียบเหงา มีคนมาเดินจับจ่ายซื้อของน้อยลง  ทำให้บางร้านต้องปิดไปประกอบอาชีพอื่นเพราะรายได้ไม่เพียงพอค่าเช่า    นี่ก็สะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การค้าขายไม่คล่องตัว  หากินยากลำบาก    

จากการสอบถามทั้งบรรดาพ่อค้าแม่ค้า  และประชาชน  รวมถึงร้านขายของชำในหมู่บ้าน   ต่างก็มีความหวังว่า นายกรัฐมนตรี คนที่ 31  และ ครม.ชุดใหม่ จะยังสานต่อโครงการดิจิทัลวอเล็ต 10,000 บาท เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียน    แต่มองว่าควรจะปรับรูปแบบจ่ายเป็นเงินสดและไม่ควรจำกัดการซื้อ  ถึงจะเกิดประโยชน์กับประชาชนได้อย่างแท้จริง    เพราะสามารถนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น เช่น ค่าน้ำ  ค่าไฟ  ค่าเทอมลูกหลาน  รวมถึงซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน   ทั่งช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน  และจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าได้มากกว่า  ในรูปแบบดิจิทัลที่จำกัดการใช้ค่อนข้างเอื้อนายทุน และผู้ประกอบการรายใหญ่  

โดย นายบุญส่ง  และนางสุดารัตน์ พ่อค้าแม่ค้าขายของริมถนน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์  บอกตรงกันว่า   ทุกวันนี้ค้าขายลำบากกำไรน้อยเพราะของราคาแพงต้นทุนสูงขึ้น    ก็มีความหวังว่านายกรัฐมนตรี และ ครม.ชุดใหม่  จะสานต่อโครงการดิจิทัล และอยากให้พิจารณาปรับรูปแบบการจ่ายเป็นเงินสด    ก็จะเกิดประโยชน์กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริงมากกว่า   และจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนด้วย   แต่หากเป็นรูปแบบดิจิทัลและจำกัดการซื้อเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่  ก็จะเอื้อประโยชน์นายทุน  ไม่เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน   จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนด้วย 

ขณะที่ แม่ค้าร้านขายของชำในหมู่บ้านชุมทอง  ต.ชุมเห็ด  อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รายหนึ่ง บอกว่า   อยากให้ปรับรูปแบบโครงการดิจิทัลเป็นเงินสดมากกว่า  เพราะจะสะดวกและเกิดประโยชน์ทั้งกับคนซื้อและคนขาย   โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กในชุมชนที่อาจจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้   และเชื่อว่าหากจ่ายเป็นเงินสดจะกระจายรายได้มากกว่าระบบดิจิทัล