‘กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์’ เตรียมเปิดเวที ‘สื่อสร้างสรรค์ของคนสร้างสื่อ’ ระดับภูมิภาค
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบันนี้ สื่อมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนมากยิ่งขึ้น ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน สังคม และประเทศ และสื่อยังมีบทบาทและเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานของผู้คนมากขึ้น เรียกว่าเข้าสู่สังคมยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสารที่เข้าถึงได้ง่ายจากเครื่องมือที่ทุกคนมีทั้งสมาร์ทโฟน แทปเล็ต และอินเตอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงเครื่องมือสื่อสารระดับบุคคลได้อย่างสะดวกนั้น ทำให้การรับข้อมูลข่าวสารที่ไหลบ่าท่วมท้นทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และที่เป็น “Hate Speech” ที่ไม่ได้หมายถึงแค่ “คำพูด” แต่ยังรวมไปถึงการสื่อสารทุกรูปแบบ เช่น ข้อความ วิดีโอ รูปภาพ หรือสื่อต่าง ๆ ที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง ยุยง ก่อให้เกิดอคติ แบ่งแยก ดูหมิ่นเหยียดหยามต่าง ๆ เป็นต้น
การเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วทั้งของเทคโนโลยี เครื่องมือสื่อสาร ช่องทางการสื่อสาร และรูปแบบของสื่อที่เกิดขึ้นในยุคนี้ จึงส่งผลกระทบต่อคนทำสื่อในระดับชุมชนหรือท้องถิ่น ที่อาจไม่สามารถปรับตัวพัฒนาให้ก้าวทันกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ หลายสื่อต้องปิดตัวลง และมีอีกหลายสื่อที่ต้องปรับรูปแบบการนำเสนอตามน้ำตามกระแส โดยอาจจะขาดการคำนึงถึงหลักจรรยาบรรณ หลักจริยธรรม และคุณธรรมในวิชาชีพของคนทำสื่อไป
เมื่อเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” องค์กรที่สนับสนุน ส่งเสริม และให้โอกาสทุกคนสร้างสื่อที่สร้างสรรค์และปลอดภัย จึงได้ผุด “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวแบบมีส่วนร่วม” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการสร้างทักษะและองค์ความรู้พื้นฐานในการผลิตสื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมทั้งพัฒนากลไกและสร้างกระบวนการพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันและการเฝ้าระวังสื่อให้แก่ผู้สื่อข่าวในภูมิภาค/ท้องถิ่น และเตรียมเปิดเวที “สื่อสร้างสรรค์ของคนสร้างสรรค์สื่อ” โครงการฯ จะจัดกิจกรรม “อบรมพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวแบบมีส่วนร่วมใน 6 ภูมิภาค” กิจกรรมที่เข้มข้นสำหรับคนทำสื่อระดับภูมิภาคและผู้ที่สนใจเข้าร่วมสร้างสื่อน้ำดีเพื่อสังคมไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนท้องถิ่น ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ มืออาชีพและมือสมัครเล่น ที่มีความตั้งใจอยากจะพัฒนาศักยภาพการผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อชุมชนและสังคม เข้าร่วมสร้างทักษะและองค์ความรู้การสร้างสรรค์ข่าวอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมพัฒนากลไกและทักษะการเรียนรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อในระดับภูมิภาค และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างเครือข่ายขยายความร่วมมือในการสร้างสรรค์สื่อน้ำดีไปด้วยกัน
ดร. ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้กล่าวถึงโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวแบบมีส่วนร่วมว่า จริง ๆ อาจจะไม่ได้แยกว่าเป็นสื่อส่วนกลางหรือส่วนท้องถิ่น เพราะเราเองในฐานะองค์กรที่เป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริมการสร้างสื่อน้ำดี สื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ การเปลี่ยนแปลงไปของสื่อที่รวดเร็วและท่วมท้นก็ล้วนเป็นข้อที่เรากังวลทั้งสิ้น ตอนนี้สื่อมันเข้าถึงหมดทุกชุมชน มันทำลายพรมแดนความเป็นสังคมเมืองสังคมชนบทไปแล้ว แต่มันสอดคล้องที่พอจะแยกได้ เช่น ในชนบทวันนี้คนที่เป็น Jan X หรือสื่อที่อาวุโสหน่อย หรือสื่อดั้งเดิมอย่างสื่อวิทยุ ก็ยังเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้คนในชนบทอยู่ เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านหรือเป็นผู้ป่วย เขาอาจไม่ได้เปิดยูทูบแต่เขาเปิดวิทยุฟังได้ ดีเจท้องถิ่นเขามีความสามารถในการที่จะสร้างความเป็นกันเอง ความคุ้นเคยสนิทสนม จนทำให้คนฟังคิดว่าดีเจคนนี้เหมือนลูกหลานที่คุ้นเคยกัน เพราะฉะนั้น ทางกองทุนฯ ของเราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนักสื่อสารชุมชน ให้ความสำคัญกับบทบาทของวิทยุในท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับสื่อดั้งเดิมที่มันไม่ควรจะตายไป แต่มันควรจะมีอยู่และให้บริการสาธารณะต่อไป แต่ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้มันทำหน้าที่ได้สร้างสรรค์ ทำอย่างไรที่จะไม่ให้ดีเจวิทยุโฆษณาเกินจริง หรือโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหลอกขายสินค้าให้ผู้ที่รู้ไม่เท่าทันสื่อ
ดร. ธนกร กล่าวต่อว่า ผู้สื่อข่าวระดับท้องถิ่นที่อาวุโสเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีจุดแข็งที่อาจจะสามารถเขาถึงแหล่งข่าวได้หลายระดับ มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับแหล่งข่าวต่าง ๆ มีระบบและขั้นตอนที่ถูกต้องในการเข้าถึงแหล่งข่าว เขาก็มีข้อดีตรงนี้ ส่วนผู้สื่อข่าวรุ่นใหม่ ๆ ที่เราอยากสนับสนุนและสร้างขึ้นมานี้ เขาก็จะมีมุมมองใหม่ ๆ ในการนำเสนอ เก่งเรื่องการสร้าง Content ซึ่งถ้ามันสามารถนำทั้งสองส่วนนี้มาแลกเปลี่ยนกันได้ มาหนุนเสริมและเติมเต็มกันได้ ก็จะช่วยต่อยอดและพัฒนาศักยภาพของนักสื่อสารชุมชนเหล่านี้ให้เป็นผู้สื่อข่าวที่เข้าใจชุมชน มีวิธีคิดในการทำงาน ซึ่งมันก็จะส่งผลดีต่อชุมชนของเขาเอง คือวันนี้เราอยากจะสร้าง creative content creator และสำหรับคนที่ผลิตสื่ออยากให้เชื่อในพลังของ content และพลังของสื่อว่ามันสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมและโลกได้ เพราะฉะนั้น การสร้างคุณค่าและสร้างมูลค่าเราเชื่อว่าไม่ว่าจะแพลตฟอร์มไหนก็ยังทำได้ นี่คือข้อสำคัญ ไม่ใช่ว่าไม่มีคนฟังวิทยุแล้ว แต่จริง ๆ แล้วคือมันอยู่ที่ content ถ้าเรามี content ที่ดีพอ มีจุดขายในความแตกต่าง มีคนตามฟังแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการก็คือ creative Content creator คนที่สร้าง Content ในเชิงสร้างสรรค์ มันอาจจะเป็น Story trailer เป็น producer เป็น creator เป็น reporter เป็น actor เป็นได้หมด และในชุมชนมีเรื่องราวมากมาย และวันนี้เราอยากเรียนรู้อะไรก็ได้หมดอยากจะเป็น tiktoker ก็มีคนสอน อยากจะเป็นยูทูบเบอร์ก็มีคนสอน อยากจะก้าวขึ้นไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์ก็มีตัวอย่างให้ เพราะฉะนั้นในมุมของทางกองทุนฯ เรา คิดว่าแพลตฟอร์มไม่ใช่ตัวชี้ขาด แต่ content ต่างหากที่เป็นตัวชี้ขาด
“การลดทอนสื่อร้ายที่เกิดขึ้นในสังคมมันอาจจะยาก แต่เราก็จะพยายามสร้างสื่อน้ำดีขึ้นมาเยอะ ๆ และในขณะเดียวกันก็ให้ทุกคนรู้เท่าทันสื่อร้ายให้ได้ คือการสร้างสมดุลในระบบนิเวศสื่อมันมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง ๆ คือรู้ทันสื่อร้ายและขยายสื่อดี ให้สื่อที่ดีมันมีพื้นยืน แล้วที่สำคัญคือให้ทุกภาคส่วนทุกภาคีได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สื่อที่ดีตรงนี้ให้มากขึ้น อยากฝากไปถึงผู้ผลิตสื่อทุกคนว่า ให้เชื่อในพลังของ Content หลายคนพูดถึง content is King ผมว่ามันเป็นจริง ให้มั่นใจว่าถ้าคุณสามารถที่จะสร้างเรื่องราวดี ๆ ที่ส่งผลกระทบได้กว้างใหญ่ไพศาล และ content ก็เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ เปลี่ยนแปลงชุมชนได้ และเปลี่ยนแปลงโลกได้ สำหรับผู้ที่เปิดรับสื่อ ก็อยากจะย้ำว่าสื่อมันเข้ามาหาเราตลอดเวลาและมีทั้งบวกและลบ ถ้าเราไม่ตั้งสติ ไม่คิดไตร่ตรอง วิเคราะห์แยกแยะ เราก็จะตกเป็นเหยื่อสื่อลวงสื่อร้ายทันที และก็อยากขอฝากติดตามและเข้าร่วมกิจกรรมใน ‘โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวแบบมีส่วนร่วม’ ทั้ง 6 ภูมิภาค เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ที่ทางกองทุนฯ เราอยากสนับสนุนให้เกิดขึ้น เพื่อที่สังคมเราจะได้มีสื่อดี ๆ ที่สร้างสรรค์และปลอดภัยมากขึ้น” ดร. ธนกร กล่าว
มาร่วมสร้างสื่อน้ำดีไปด้วยกัน และร่วมติดตามข่าวสารและกติกาการเข้าร่วมกิจกรรม “อบรมพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวแบบมีส่วนร่วมใน 6 ภูมิภาค” ภายใต้ “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวแบบมีส่วนร่วม” ที่สนับสนุนโดย “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ได้ที่นี่ เร็ว ๆ นี้