ร้อยเอ็ดประกาศฉบับที่60สถานการณ์โควิด ให้บริการได้โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ

ข่าวทั่วไทย3 ก.ค. 2565 • 21:11 น.โดย สมนึก บุญศรี
ร้อยเอ็ดประกาศฉบับที่60สถานการณ์โควิด  ให้บริการได้โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ

จังหวัดร้อยเอ็ดประกาศเรื่องมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ฉบับที่ 60สถานประกอบการเปิดให้บริการโดยต้องปฏิบัติตามมาตราการ 
 

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2565  นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 นายอำเภอทุกอำเภอ จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 17/2565 ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายเชวงศักดิ์ พลเยี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นพ.ปิติ ทั้งไพศาล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ดร.นพ.พิทักษ์พงศ์ พายุหะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมทั้งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 นายอำเภอทุกอำเภอ จังหวัดร้อยเอ็ด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม


 โดยมีใจความว่า ประกาศจังหวัดร้อยเอ็ดเรื่อง มาตรการฝ้าระวังและป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)(ฉบับที่ 60) ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 17 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ตามมติที่ประชุมครั้งที่17/2565 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2565

โดยกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) ดังต่อไปนี้ อาทิ
สนามซ้อมชนไก่ สนามกัดปลา สนามม้า โต๊ะสนุ๊กเกอร์ บิลเลียด,สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์คาราโอเกะหรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถปิดให้บริการได้,ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ให้สามารถนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้,การจัดประชุม สัมมนา ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ให้ดำเนินการได้ โดยต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการดำเนินการไว้ และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค เงื่อนไขการจัดระเบียบ ระบบต่าง ๆ และคำแนะนำของทางราชการ

ดังนั้นจึงขอความร่วมมือในการควบคุมป้องกันโรค การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าให้เป็นการปฏิบัติโดยความสมัครใจ โดยขอให้ประชาชนพิจารณาประโยชน์ตามข้อมูลที่ฝ่ายสาธารณสุขรายงานว่า การสวมหน้ากากอย่างถูกวิธีเป็นประโยชน์ด้านสุขอนามัยในการป้องกันการแพร่เชื้อและการรับเชื้อ ทั้งเชื้อโรคโควิดและโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจอื่น  รวมทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อสุขกระทรวงสาธารณสุข (กรมอนามัย)      

    

โดยแนะนำให้ประชาชนทั่วไปสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสถานที่หรือในพื้นที่แออัด มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ไม่สามารถเว้นระยะห่างได้หรืออากาศระบายถ่ายเทไม่ดีเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อหรือรับเชื้อกรณีเป็นผู้เข้าข่ายเสี่ยงที่เมื่อติดเชื้อโควิด - 1 9 จะมีอาการรุนแรงหรือความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต (กลุ่ม 608) หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ควรสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีตลอดเวลา เมื่อต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อ และกรณีเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจากเชื้อโควิด - 19 จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีตลอดเวลาเมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่นเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพรโรค