ปมมรดกปางช้าง ยังไม่จบ นัดประชุม 6 ทายาท มาแค่ 3
นายอัคคพาคย์ อินทรประพงศ์ และนายพิมลศักดิ์ วรรณประภา ทนายความ ได้ร่วมกันชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงการจัดประชุมทายาทมรดก นายชูชาต พ่อเลี้ยงปางช้าง รวมทั้งแถลงข้อเท็จจริง กรณีพินัยกรรมและการจัดการมรดกต่อสื่อมวลชน โดยก่อนที่จะมีการแถลงข่าวทนายความแจ้งสื่อมวลชนให้ออกไปจากห้องประชุมก่อนเพื่อจัดประชุมร่วมกับทายาทเท่านั้น หลังจากที่นางอัญชลี ได้เดินทางมาถึง ซึ่งต่อมานางอัญชลีได้นำเอกสารแสดงต่อสื่อมวลชน ซึ่งเป็นหนังสือนัดให้มาประชุมและตรวจสอบทรัพย์มรดก แต่ก็ไม่มีคนเริ่มประชุม จึงได้เดินทางกลับ
นายอัคคพาคย์ กล่าวชี้แจงว่า ในฐานะที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความจัดการมรดกของนางฐิติรัตน์ ในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมได้เชิญทายาทของนายชูชาติซึ่งมีอยู่ 6 คนมาร่วมประชุม แต่วันนี้มีทายาทที่เข้าร่วมประชุมเพียง 3 คน จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่เชิญประชุมในครั้งนี้มีวาระอยู่ 5 ข้อคือ ต้องการชี้แจงที่ประชุมถึงผลการประชุมทายาทฯครั้งที่ 1 ซึ่งครั้งนั้นนางอัญชลีในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย
ข้อ 2 คือจะชี้แจงถึงทรัพย์มรดกที่ได้รวบรวมมา เพื่อที่จะจัดการโอนทรัพย์สินที่มีก่อนการสมรสให้เป็นไปตามพินัยกรรมของนายชูชาติ ซึ่งมีทั้งบ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียมและรถยนต์รวมมูลค่าตามราคาประเมินประมาณ 30 กว่าล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสยังไม่สามารถดำเนินการได้เพราะคดียังอยู่ในชั้นศาล
ข้อ 3จะชี้แจงผู้มีสิทธิ์เกี่ยวข้องกับมรดกทั้งตามกฎหมายและพินัยกรรม ข้อ 4 กำหนดวันตรวจสอบและนัดวันโอนมรดกที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวให้กับทายาทหรือบริษัทปางช้าง ตามพินัยกรรมและ 5 ชี้แจงผู้จัดการร่วมเพื่อขอเบิกเงินจากบัญชีนายสุชาติเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการพินัยกรรมที่กำหนดให้เบิกจากกองมรดก
“ตอนแรกที่เห็นนางอัญชลีเดินทางมาถึงก็ดีใจว่าจะเข้าร่วมประชุมเรื่องการจัดการมรดก แต่ก็ไม่ได้มีการประชุม ก็จะทำให้การจัดการโอนทรัพย์สินยังทำไม่ได้ ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เชิญทายาทของนายชูชาติซึ่งมีทั้งหมด 6 คนมาประชุม และต้องการชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่นางอัญชลี ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมไปเปิดตู้เชฟที่เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมไม่อยู่ด้วยว่าไม่ถูกต้อง และดูจากวันนี้เรื่องปัญหามรดกของนายชูชาติคงไม่จบง่ายๆ หากมีการยื้อกันไปมา ฟ้องกันไปฟ้องกันมาแบบนี้”ทนายความกล่าว