อำเภอเมืองอุทัยธานี ชูหลัก “บวร” ผสานพลังวัดและชุมชน ตั้งโรงพยาบาลสนาม และด่านชุมชนในทุกหมู่บ้าน ฝ่าวิกฤตโควิด-19
อำเภอเมืองอุทัยธานี รวมพลังวัดและชุมชน บูรณาการทำงานตามหลัก “บวร” ตามนโยบายกรมการปกครอง ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ตั้งด่านชุมชนในทุกหมู่บ้าน สำรวจและตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้าหมู่บ้าน ด้านเจ้าอาวาสวัดท่าซุง ช่วยเต็มที่เปิดพื้นที่วัดให้ตั้งโรงพยาบาลสนามชุมชน
นายบุญธรรม ทองพิจิตร นายอำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า เพื่อให้การบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด - 19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพตามแนวทางปฏิบัติของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรมการปกครอง หรือ ศบค.กรมการปกครอง รวมถึงนโยบายของกระทรวงมหาดไทย และรัฐบาล ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองอุทัยธานี จึงได้มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน สร้างความร่วมมือเพื่อดำเนินการแนวปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ด้วยการนำหลัก “บวร” เข้ามาปรับใช้ อันเป็นการผสานพลังของ บ้าน-ชุมชน/ศาสนสถาน-โรงเรียน-ส่วนราชการ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันและแก้ไข รวมถึงดูแลประชาชนในทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นในเวลานี้
“การตั้งจุดตรวจจุดสกัดในรูปแบบด่านชุมชน เป็นหนึ่งในมาตรการสกัดกั้นและยับยั้งการแพร่ระบาด ที่ได้ดำเนินการในทุกหมู่บ้าน ที่ใช้พลังของบวรมาเป็นแนวทางดำเนินการ เช่น การปฏิบัติงานของกองอำนวยการด่านชุมชนตำบลเนินแจง ที่ผสานพลังของชุมชนและฝ่ายปกครอง โดย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ฯลฯ เพื่อสำรวจและตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้าหมู่บ้าน/ชุมชน เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกทั้งยังได้ประโยชน์ในด้านการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงเรื่องการระมัดระวังในการดูแลตนเอง ที่จะรักษาระยะห่าง การที่จะปฏิบัติตัวตามมาตรการทางสาธารณสุข รวมถึงตรวจตราเพื่อป้องกันการกระทำผิด เช่น การรวมตัวกันมั่วสุม ทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยไม่มีการรักษาระยะห่าง หรือการลักลอบเล่นการพนัน เป็นต้น นอกจากการตั้งจุดตรวจจุดสกัดด่านชุมชนแล้ว อำเภอเมืองอุทัยธานียังได้รับความร่วมมือกับวัดต่างๆ เช่น วัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามชุมชน (Community Isolation: CI) ขึ้น เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด -19 ” นายอำเภอเมืองอุทัยธานี กล่าว
ด้าน พระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสวัดจันทาราม (วัดท่าซุง)กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้การประสานความร่วมมือกับที่ทำการปกครองอำเภอเมืองอุทัยธานี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี จึงนำมาสู่การใช้พื้นที่ของวัดจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามชุมชนขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ได้รักษาตัวจากโรงพยาบาลแล้วครบ 10 วัน เข้ามาพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลสนามชุมชนอีก 4 วัน เมื่อหายแล้วจึงจะกลับไปบ้านของตนเอง สำหรับโรงพยาบาลสนามชุมชน มีห้องพักเพื่อรองรับผู้ป่วยรวม 42 ห้อง พักได้ห้องละ 6 คน พร้อมจัดให้บริการเรื่องอาหารการกินทุกมื้อจนครบตามระยะเวลาที่กำหนด และที่สำคัญยังจัดแสดงพระธรรมเทศนาผ่านเสียงตามสายเพื่อช่วยฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย เฉลี่ยวันละ 7 ครั้ง
เจ้าอาวาสวัดจันทาราม กล่าวต่อไปว่า จุดเริ่มต้นมาจากที่ทางวัดได้รับการประสานจากทั้งทางจังหวัด อำเภอ และสำนักงานสาธารณสุข ว่าอยากให้วัดได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน เพราะโรงพยาบาลมีผู้ป่วยติดเชื้อ เข้ามารับการรักษาเพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ป่วยสีแดง ทำให้ปริมาณเตียงที่มีอยู่ไม่เพียงพอ จึงนำมาสู่การบูรณาการร่วมกัน มีการประชุมร่วมกับทุกฝ่ายทีเกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้าน รวมถึงพระสงฆ์ที่พำนักอยู่ในวัด และได้นำมาสู่ความสำเร็จในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย เป็นสถานที่พักฟื้นสำหรับผู้ป่วยในจังหวัดอุทัยธานี
“ ในช่วงเวลาปกติ วัดจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ในช่วงยามวิกฤตก็เป็นที่พักฟื้น ช่วยดูแลประชาชน เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างวัดกับประชาชน ดังนั้น ในสถานการณ์การแพ่ระบาดที่เกิดขึ้นในเวลานี้ นอกจากจะต้องร่วมเป็นกำลังใจให้กันและกันแล้ว ยังต้องร่วมใจก้าวไปด้วยกัน ทั้งราชการตั้งแต่จังหวัดลงมาถึงอำเภอ และส่วนราชการต่าง ๆ บ้าน ตำบล วัด ต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อให้ก้าวข้ามวิกฤตในเวลานี้ให้ผ่านไปได้ด้วยดี” พระครูปลัดสมนึก กล่าว
++++++++++++++++++++++