ชาวบ้านเกาะล้านวอนฝ่ายบริหาร รื้อโครงการแก้ไขปัญหาน้ำ
สม.พัทยา ชี้ชาวบ้านเกาะล้านวอนฝ่ายบริหาร รื้อโครงการแก้ไขปัญหาน้ำประปาหลังพบบริษัทผลิตน้ำแบบ RO คู่สัญญาจ่ายน้ำไม่เพียงพอต้อความต้องการ ถึงเข้าขั้นวิกฤติสวนทางแผนเปิดเมืองส่งเสริมเศษฐกิจการท่องเที่ยว
นายวสันต์ สุขขี สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตั้งกระทู้ถามสดต่อฝ่ายบริหารในการประชุมสภาเมืองพัทยาถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำประปาบนเกาะล้านว่าเรื่องนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาแจ้งให้ฝ่ายบริหารรับทราบมาแล้วจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ด้วยเพราะได้รับการร้องเรียนถึงความเดือดร้อนจากชาวบ้านบนพื้นที่เกาะล้านเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค เป็นอย่างมากและรอคอยการแก้ไขปัญหามานานแล้ว อีกทั้งปัญหานี้ยังส่งผลกระทบถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้านแล้ว ยังเกิด ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ที่พัก หรือรีสอร์ทต่างๆที่ถือว่าปัญหานี้เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนแต่ยังส่งผลไปถึงเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว
ที่ผ่านมาชาวบ้านบนเกาะล้านประสบปัญหาน้ำประปาที่มีไม่เพียงต่อความต้องการ โดยจะมีเพียงการจัดทำระบบกรองน้ำทะเลเป็นน้ำจืด หรือระบบ RO (Reverse Osmosis) ของ บ.อีสวอร์เตอร์ เข้ามาดำเนินการ แต่ก็มีกำลังผลิตน้ำไม่ถึง 50 % ของปริมาณการใช้ อีกทั้งยังมีแผนการจ่ายน้ำออกเป็นโซนที่แบ่งออกเป็น 4 โซนจ่ายน้ำโนละ 1 วันหมุนเวียนกันไปจึงทำให้เกิดปัญหาไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นส่วนที่เหลือจึงจำป็นต้องซื้อน้ำดิบที่บรรทุกจากฝั่งไปจำหน่าย แต่ก็มีราคาต่อหน่วยสูงมาก จึงอยากให้เมืองพัทยาเข้ามาดูแลและหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อทำให้น้ำมีปริมาณพอเพียงต่อความต้องการ ซึ่งควรจะเร่งแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวด้วย
ด้านนายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่าที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำ ประปาบนเกาะล้านมา 2 แนวทางด้วยกัน โดยในระยะสั้นจะมีการต่อสัญญากับบริษัทอีสวอเตอร์ ผู้ผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืดหรือน้ำประปาบนเกาะล้านออกไปอีก 3 ปี โดยจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำจาก 300 ลบ.ม.ต่อวัน เป็น 1,000 ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อแก้ ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในระยะสั้นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวบนเกาะล้าน ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้นได้มีการดำเนินการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ ซึ่งได้มีการดำเนินโครงการขยายกำลังผลิตน้ำประปาเพิ่มอีก 3,000 ลบ.ม. รวมกับกำลังการผลิตน้ำประปาเดิมที่มีอยู่แล้ว 300 ลบ.ม. จะทำให้สามารถผลิตน้ำไปประปาได้เพิ่มขึ้นเป็น 3,300 ลบ.ม.ต่อวันในอนาคต ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการดำเนินการในรูปแบบการร่วมทุนกับภาครัฐและเอกชน หรือ PPP (Public Private Partner ship หรือ PPP)
อีกประการหนึ่งพบว่าในยุคการบริหารก่อนหน้านี้ได้เคยมีการวางแผนเพื่อวางท่อลอดของระบบไฟฟ้าและการวางท่อลอดน้ำประปาใต้ทะเลจากฝั่งไปยังพื้นที่เกาะล้านก่อนจะส่งจ่ายให้กับประชาชนและภาคธุรกิจการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันจะมีแต่การวางท่อลอดระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เกิดความเสถียรของระบบไฟฟ้าบนเกาะล้านได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ท่อลอดเพื่อแก้ปัญหาน้ำดิบนั้นพบว่าในช่วงที่มีการหารือการวางท่อลอดใต้ทะเลกันอยู่นั้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำบนฝั่งเดือด ร้อนอย่างหนัก เนื่องจากแหล่งน้ำดิบเหลือน้ำไม่เพียงต่อการผลิตน้ำประปา จึงทำให้แนวคิดในการวางท่อน้ำลอดใต้ทะเลไปยังเกาะล้านถูกระงับไว้ก่อน อย่างไรก็ตามเมื่อพบว่าเกิดปัญหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของพื้นที่ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว เมืองพัทยาจึงจะได้นำกรณีนี้ไปหารือหรือศึกษาแนวทางใหม่ เนื่องจากแผนงานเดิมมีการจัดทำไว้เกิน 5 ปีแล้วจึงต้องทำการวางแผนอีกรอบเพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้จะมีการเชิญตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมพิจารณาต่อไป