ชาวบ้านร่วมใจลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวไร่ ตามแบบฉบับ 'ชาวพุทธใจงาม อิสลามใจดี ตามวิถีพหุวัฒนธรรม'

ข่าวทั่วไทย14 ธ.ค. 2564 • 09:22 น.โดย จันทนา กูรีกัน
ชาวบ้านร่วมใจลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวไร่  ตามแบบฉบับ  'ชาวพุทธใจงาม อิสลามใจดี  ตามวิถีพหุวัฒนธรรม'
วันที่ 14 ธ.ค.64 ที่ลานคลังอาหารของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นนาข้าวพื้นที่ 8 ไร่ หมู่ที่ 2 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ชาวบ้านไทยพุทธและมุสลิม ที่ดำเนินชีวิตตามวิถี 'ชาวพุทธใจงาม อิสลามใจดี ตามวิถีพหุวัฒนธรรม' ร่วมกิจกรรมลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวไร่ประจําปี 2564 ภายใต้พลังของชาวบ้านในชุมชน นำโดยนายภิเชฐ อุทัยรังษี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 กำนัน ผู้นำศาสนาพุทธพระครูโสภณปัญญาสาร เจ้าคณะอำเภอมะนัง พระครูนิคมพัฒนานุกิจ เจ้าคณะตำบลนิคมพัฒนา ประธานชมรมอิหม่ามอำเภอมะนัง และท่านอิหม่ามประจำมัสยิดซอลาฮุดดีน และนายเฉลิมพร ศรีสวัสดิ์ เกษตรอำเภอมะนัง กิจกรรมในครั้งนี้นายภิเชฐ อุทัยรังษี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลปาล์มพัฒนา นำพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านหมู่ที่ 2 ร่วมลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวไร่ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทั้งหมดจำนวน 8 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเจ้าพันธุ์ดอกพะยอม จำนวน 6 ไร่ ปลูกข้าวเหนียวดำพันธุ์พื้นเมืองจำนวน 2 ไร่ ทำการปลูกด้วยการลงแขกหนำข้าวตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือของพี่น้องชาวพุทธและมุสลิมตามวิถีการดำเนินชีวิตของหมู่บ้านที่ว่าชาวพุทธใจงาม อิสลามใจดี ตามวิถีพหุวัฒนธรรม สำหรับการทำแปลงปลูกข้าวไร่ที่นี่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำเป็นแปลงเรียนรู้ต้นแบบในการทำเข้าไร่และสืบสานอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมให้กับลูกหลานได้เรียนรู้ผลผลิตที่ได้นำไปสีด้วยเครื่องสีข้าวของหมู่บ้าน แล้วจำหน่ายให้พี่น้องในหมู่บ้านในราคาถูก รวมทั้งแจกจ่ายช่วยเหลือให้ผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน สำหรับฟางที่เหลือให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่เพื่อใช้เป็นอาหารช่วยลดต้นทุนในการผลิต นายธีรยุทธ นาวีเดล นายอำเภอมะนัง ระบุว่า อำเภอมะนังปลูกข้าวไร่เป็นการปลูกพืชแซมในสวนยางที่มีอายุไม่เกิน 3 ปีในสวนปาล์มน้ำมันที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ซึ่งพันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่ข้าวเจ้าพันธุ์ดอกพะยอม ข้าวเจ้าพันธุ์หอมบอน และข้าวเหนียวดำพันธุ์พื้นเมือง การปกครองออกเป็น 2 ตำบล 19 หมู่บ้าน ได้แก่ตำบลปาล์มพัฒนา 10 หมู่บ้าน ตำบลนิคมพัฒนา 9 หมู่บ้าน แบ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตรที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 70 ไร่ 3,917 ครัวเรือนโดยมีพืชเศรษฐกิจหลักคือยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผลเศรษฐกิจอื่นๆ และพื้นที่ปลูกข้าวไร่จำนวน 562 ไร่ นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวชื่นชมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า เป็นการร่วมแรงร่วมใจอันแรงกล้าของพี่น้องกลุ่มเกษตรกรที่ได้ปรับพื้นที่สาธารณะว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุดในหมู่บ้านชุมชนจนมีการสร้างการรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชนพร้อมน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาร่วมสืบสานรักษา ต่อยอด ของในหลวงรัชกาลปัจจุบันมาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหมู่บ้านชุมชนอื่นต่อไป และที่สำคัญกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการสร้างความรักสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะได้อย่างลงตัวสอดรับกิจกรรมพุธใจงามอิสลามใจดีของหมู่บ้านได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมขอชื่นชมทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนจนประสบความสำเร็จด้วยดี